้ แล้วเพราะมีนิสัยแบบนี้ จึงทำให้คนจำนวนมากมองไม่ออกว่าเย่เทียนเฉินเป็นคนอย่างไร
“นับว่านายยังพูดจาภาษามนุษย์อยู่ ฉันจะทำเป็นให้อภัยนายก็แล้วกัน!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดกับเย่เทียนเฉินแล้วยู่ปากเล็กๆ
“อะไรคือนับว่าฉันยังพูดจาภาษามนุษย์อยู่? ดูเหมือนว่าเธอจะคุยกับฉันมาตลอด หรือว่าเธอกำลังด่าตัวเอง?” เย่เทียนเฉินพูดพลางหัวเราะ
“ไอ้บ้า!”
บนทางด่วน เมื่อเจอกับเสียงตะโกนอันน่ารักของหลิงอวี่สวิ๋น เย่เทียนเฉินก็หัวเราะเสียงดัง ทั้งสองขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลแห่งเมืองหลวงด้วยความเร็ว วันนี้เป็นวันรายงานตัววันแรก แต่เสี้ยวหยาไม่ได้ไปที่มหาวิทยาลัย นี่ทำให้เย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง คงจะไม่ใช่ว่าอาการป่วยของแม่ของเสี้ยวหยาแย่ลงหรอกนะ?
ยังเป็นรถมอเตอร์ไซค์ของเย่เทียนเฉินที่เร็วกว่า ที่สำคัญก็คือคนคนนี้ขับอยู่ข้างๆ และหยอกล้อหลิงอวี่สวิ๋นอยู่เป็นระยะ จึงทำให้หลิงอวี่สวิ๋นไม่มีสมาธิในการขับรถ ฝ่าไฟแดงไปหลายครั้ง โกรธจนทนไม่ไหว
เย่เทียนเฉินจอดรถมอเตอร์ไซค์สุดเจ๋งที่หน้าประตูโรงพยาบาลแห่งเมืองหลวง โดยมีรถสปอร์ตของหลิงอวี่สวิ๋นตามมาถึงติดๆ กัน ทั้งสอง คนหนึ่งนำหน้าคนหนึ่งตามหลัง เดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยของแม่ของเสี้ยวหยา พบว่าเสี้ยวหยากำลังนอนหลับอยู่ที่เตียงข้างๆ แม่ของเสี้ยวหยากำลังลูบศีรษะเธอเบาๆ
เมื่อเห็นเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นเดินเข้ามา แม่ของเสี้ยวหยาก็ทำท่าทางจุ๊ๆ เป็นส