ัญญาณให้เย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นอย่าส่งเสียงปลุกเสี้ยวหยา
“คุณน้าคะ ดีขึ้นบ้างหรือเปล่าคะ?” หลิงอวี่สวิ๋นเลยถามเสียงเบาอย่างใส่ใจ
“ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ขอบคุณเธอมาก เมื่อคืนหยาเอ๋อร์ไม่ได้นอนทั้งคืน คอยเฝ้าน้าตลอด กลัวว่าน้าจะอาการกำเริบ เพิ่งจะได้นอนเอง!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดด้วยรอยยิ้ม
“วางใจเถอะครับคุณน้า อาการป่วยของคุณจะต้องดีขึ้นแน่นอน ผมคิดวิธีได้แล้ว!” เย่เทียนเฉินเอ่ยปาก
แม่ของเสี้ยวหยามองสำรวจเย่เทียนเฉินครู่หนึ่ง รู้สึกจากใจจริงว่าผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลย ทุ่มเทกายใจเต็มที่เพื่อเรื่องของตน หากว่าเขาชอบเสี้ยวหยาจริงๆ เธอก็จะไม่ต่อต้านการคบหาระหว่างลูกสาวกับเย่เทียนเฉิน อย่างไรเสียเมื่อลูกสาวโตขึ้นแล้วก็จะต้องมีชีวิตเป็นของตนเอง มีเส้นทางเดินเป็นของตนเอง และมีครอบครัวเป็นของตนเอง พ่อแม่ที่คิดถึงลูกสาวจริงๆนั้น จะต้องไม่สร้างความลำบากให้แก่ลูกสาว ไม่กลายเป็นภาระและความลำบากของเธอ
“ขอบคุณเธอมาก น้าได้ยินหยาเอ๋อร์บอกว่าพวกเธอเพิ่งจะรู้จักกัน ลูกน้าสามารถรู้จักกับเพื่อนดีๆเหมือนพวกเธอทั้งสองคนได้ นับว่าเป็นบุญจริงๆ!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดพลางพยักหน้า