กร่งเป็นอย่างมาก กระทั่งเย่เทียนเฉินเองก็ต้องตกใจ ถึงกับมีผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้อยู่เชียวหรือ
แต่ว่า ความรู้สึกนี้ค่อยๆจางลง ปรากฏอยู่เพียงแค่ไม่ถึงสิบวินาทีเท่านั้นแล้วก็จางหายไป เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและสั่นไหวเล็กน้อย ภายในตึกภาควิชาโบราณคดีแห่งนี้จะต้องมีผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคงจะไม่สามารถปล่อยพลังพิเศษอันแข็งแกร่งขนาดนี้ออกมาได้ ดูแล้ว โลกแห่งนี้จะมียอดฝีมือซ่อนอยู่เบื้องหลังไม่ยอมออกมาไม่น้อยเลยทีเดียว
“ไปเถอะ พวกเราไปดูกัน!”
ในขณะที่พูด เย่เทียนเฉินก็จับมือหลิงอวี่สวิ๋นเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปในตัวตึกด้วยความรวดเร็ว เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อที่จะปิดบังจากหูตาผู้คนเท่านั้น ความจริงแล้วคิดอยากจะดูสักหน่อยว่าเป็นใครที่แข็งแกร่งถึงขั้นที่สามารถปล่อยพลังพิเศษออกมาครอบคลุมทั่วทั้งตัวตึกได้ เขามีความอยากรู้อยากเห็นและมีความประหลาดใจเล็กน้อย
หลิงอวี่สวิ๋นรู้สึกแปลกใจ อยู่ดีๆ เย่เทียนเฉินก็จับมือของเธอ ทำให้ใบหน้าเล็กๆ ของเธอแดงระเรื่อ ในตอนที่เย่เทียนเฉินจูงมือเธอ เธอมักจะคิดถึงช่วงเวลาในวัยเด็กโดยไม่รู้ตัว เป็นความรู้สึกที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันในตอนเด็ก ทำให้เธอรู้สึกคิดถึงจริงๆ
เย่เทียนเฉินจูงมือหลิงอวี่สวิ๋นวิ่งเหยาะๆ ไปตลอดทางมุ่งขึ้นไปที่ชั้นสาม ในตอนที่เขาวิ่งไปถึงหน้าห้องที่มีป้ายอาจารย์ที่ปรึกษาติดอยู่นั้นจึงค่อยหยุดลง มองไป