ยังห้องนั้นด้วยสายตาลึกล้ำ ความจริงแล้วในตอนที่เขาเพิ่งจะเหยียบย่างเข้ามาสู่ตัวตึกแห่งนี้ ก็รู้สึกได้ถึงการปะทุของพลังพิเศษอันแข็งแกร่งในชั้นสาม เพียงแต่น่าเสียดายในตอนที่เขาวิ่งมาถึงชั้นสามพลังพิเศษก็หายไปทั้งหมดแล้ว ในชั้นสามมีห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่หลายท่าน เย่เทียนเฉินไม่สามารถตัดสินได้ว่าพลังพิเศษนี้แพร่ออกมาจากไหน เพราะว่ามันได้เลือนหายไปทั้งหมดและถูกเก็บซ่อนเอาไว้แล้ว
“สามารถเก็บซ่อนพลังพิเศษได้ในพริบตา ถึงขนาดไม่มีซึมออกมาเลยสักหยด นี่ถึงจะเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ!” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองอย่างชื่นชมระคนประหลาดใจ
“นายพูดอะไรอยู่น่ะ?” หลิงอวี่สวิ๋นมองเย่เทียนเฉินอย่างประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเขากำลังพึมพำพูดอะไรอยู่
“ไม่ ไม่มีอะไร!” เย่เทียนเฉินได้สติกลับมาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นนายจูงฉันวิ่งมาเร็วขนาดนี้ทำไม มีหมาไล่นายอยู่หรือไง?” หลิงอวี่สวิ๋นตบหน้าอกของตนเบาๆ ปากเล็กๆ อ้ากว้างสูดหายใจเข้าไปแล้วพูดขึ้น
“ไม่มีหมาที่ไหนไล่หรอก ก็แค่อยากจะเจออาจารย์ที่ปรึกษาสาวสวยให้เร็วขึ้นหน่อยเท่านั้น เห็นสาวสวยก็วิ่งตามไง? ล้อเล่นที่ไหนกัน!” เย่เทียนเฉินพูดพลางหัวเราะฮี่ๆ
ในตอนนี้หลิงอวี่สวิ๋นขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงกับเย่เทียนเฉินแล้ว ถูกเจ้าหมอนี่จูงมือวิ่งจนถึงชั้นสาม สาวสวยอย่างเธอรับไม่ได้จริงๆ หน้าอกอันตั้งตระหง่านกระเพื่อมไปตามลมหายใจอันหนักหน่วงของเธอ ขึ้นครั้งห