ยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้…” ผู้อำนวยการหลินพูดแล้วถอนหายใจ
เสี้ยวหยาได้ฟังคำพูดของผู้อำนวยการหลิน น้ำตาก็พลันไหลออกมา โรคมะเร็ง ในโลกปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ได้แต่ต้องไม่เป็นโรคมะเร็ง เมื่อเป็นโรคมะเร็งแล้วก็จะมีเพียงความตายเพียงเส้นทางเดียวจริงๆ ไม่มีทางรอดอะไรแล้ว เป็นโรคหนึ่งที่รักษาไม่ได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีคนมากมายพูดว่าโรคมะเร็งสามารถควบคุมได้ สามารถรักษาได้ หรือกระทั่งมีผู้ป่วยที่หายดี นั่นก็เป็นเพียงการให้ความหวังผู้คนเท่านั้น เป็นการปลอบใจผู้ป่วยก็เท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีในโลกปัจจุบันนี้ ยังไม่มีประเทศไหนที่สามารถรับมือกับโรคมะเร็งได้
หลิงอวี่สวิ๋นเองก็กอดเสี้ยวหยาด้วยน้ำตาคลอเบ้า เธอเองก็คิดไม่ถึงว่าคุณแม่ของเสี้ยวหยาเป็นโรคมะเร็ง ถึงแม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกับอีกฝ่ายได้ไม่นาน แต่หลิงอวี่สวิ๋นก็รู้สึกว่าตนเองถูกชะตากับเด็กที่บริสุทธิ์คนนี้จริงๆ และยังพูดคุยกันถูกคอ ระหว่างทั้งสองไม่มีความห่างเหินเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับเพื่อนที่คบกันมาหลายปี ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าคุณแม่ของเธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง หลิงอวี่สวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหล
เมื่อเห็นว่าเสี้ยวหยาร้องไห้สะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของหลิงอวี่สวิ๋น และยังไม่กล้าร้องไห้เสียงดังจนเกินไป ด้วยกลัวว่าแม่ของเธอจะได้ยิน ส่วนหลิงอวี่สวิ๋นเองก็ดวงตาเปียกชื้น มีน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ ในใจของเย่เทียนเฉินก็รู้สึกเศร้าใจ เ