อกมา เดินไปข้างเตียงผู้ป่วยแล้วพูดกับแม่ด้วยรอยยิ้มว่า “แม่คะ ผลการตรวจยังต้องใช้เวลาอีกสักครู่ถึงจะรู้ผล แม่พักก่อนนะคะ หนูจะออกไปส่งเพื่อนทั้งสองคน!”
“อืม ขอบคุณพวกเธอมากจ้ะ!” แม่ของเสี้ยวหยาเป็นผู้หญิงจิตใจดีและซื่อตรงคนหนึ่ง แม้ว่าสีหน้าจะขาวซีด แต่ก็ยังยิ้มอย่างมีความสุขให้เย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋น
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณน้าพักผ่อนให้ดีๆ นะคะ!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณน้าครับ พรุ่งนี้พวกเราจะมาเยี่ยมคุณใหม่นะครับ!” เย่เทียนเฉินเองก็พูดด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสามคนเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย VIP จนมาถึงห้องทำงานข้างๆ ห้องหนึ่ง ผู้อำนวยการหลินกำลังดูภาพเอกซเรย์อวัยวะภายในของแม่ของเสี้ยวหยาที่เพิ่งจะถ่ายเมื่อครู่ มีท่าทางเคร่งขรึมอยู่บ้าง
“ผู้อำนวยการหลินคะ อาการป่วยของแม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ?” เสี้ยวหยาร้อนใจเป็นอย่างมาก เดินเข้าไปเอ่ยปากถามอย่างกระวนกระวาย
ผู้อำนวยการหลินมองเธอครู่หนึ่ง แล้วจึงมองไปยังเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋น พูดด้วยท่าทางเข้มงวดว่า “นายน้อยเย่ พวกคุณนั่งก่อนครับ ผมจะอธิบายให้พวกคุณฟังสักหน่อย!”
“ผู้อำนวยการหลิน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ ควรจะรักษายังไง ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญก็คือต้องรักษาให้หาย!” เย่เทียนเฉินเอ่ยปาก
“เอ้อ ได้ครับ…ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง มะเร็งลำไส้ครับ พวกคุณลองดูนะครับ ลําไส้ตรงช่วงเอวส่วนนี้ กลายเป็นสีดำทั้งหมดแล้ว ทำให้ไม่สามารถย่อ