ของเสี้ยวหยาก็ร้ายแรงขึ้นมาก ดูเหมือนว่าจะเจ็บเอวทุกวัน เจ็บอยู่นานจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ความจริงแล้วในตอนที่ทนไม่ไหวก็จะกินยาระงับปวดไปบ้างเพื่อผ่อนคลายความเจ็บลง
เย่เทียนเฉินเห็นเสี้ยวหยาจับมือของหลิงอวี่สวิ๋นอย่างเคร่งเครียดก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปข้างเธอ แล้วพูดขึ้นยิ้มๆ ว่า “หยาเอ๋อร์ วางใจเถอะ แม่ของเธอจะต้องไม่เป็นอะไรแน่ จะต้องดีขึ้นแน่!”
เสี้ยวหยาเงยหน้ามองเขา ทันใดนั้นเธอก็พบว่าผู้ชายที่ขี้เล่นคนนี้ ความจริงแล้วเป็นคนละเอียดอ่อนและจิตใจดีมาก เขาลงมือทำร้ายคน ก็ล้วนแต่เป็นคนเลว บางทีตระกูลอาจจะมีอำนาจอิทธิพล แต่ก็ไม่โอหังอวดดีเลยแม้แต่น้อย
“อืม!” เสี้ยวหยามองเย่เทียนเฉินแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง
ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า ศาสตราจารย์อาวุโสเหล่านั้นจึงเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย พวกเขาได้บอกผลการวินิจฉัยแก่ผู้อำนวยการหลินเรียบร้อยแล้ว และย่อมมีเหล่าหลินมาบอกพวกเย่เทียนเฉิน
ผู้อำนวยการหลินเดินมาเบื้องหน้าทั้งสาม พูดเสียงเบาว่า “พวกเราออกไปพูดกันเถอะครับ อย่ารบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วยเลย!”
เมื่อได้ฟังคำนี้ เสี้ยวหยาอดไม่ได้ที่จะกัดฟันตัวเอง ใครก็ดูออกว่าผลการวินิจฉัยอาจจะไม่ค่อยน่ายินดีนัก
เย่เทียนเฉินพยักหน้า ตบไหล่ของเสี้ยวหยาแล้วพูดขึ้นยิ้มๆ “พวกเราออกไปกันเถอะ ให้คุณน้าพักผ่อนเงียบๆ สักครู่เถอะ!”
เสี้ยวหยาเห็นเย่เทียนเฉินส่งสายตาให้เธอ จึงสงบอารมณ์ของตนเองเล็กน้อยและพยายามฝืนยิ้มอ