าเย่เทียนเฉินรู้สึกไม่ดีอยู่บ้างจริงๆ ปรายตามองไปยังหลิงอวี่สวิ๋นแล้วพูดขึ้นว่า “ เธอดูสิว่าหยาเอ๋อร์ดีขนาดไหน ผู้หญิงถ้าไม่ทำแบบนี้ วันหน้าก็ระวังจะแต่งไม่ออก!”
“แต่งไม่ออกก็ไม่แต่งให้นายหรอก จะอยู่เป็นโสดอย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่านายอีก!” หลิงอวี่สวิ๋น พูดด้วยรอยยิ้มลำพองใจ
เย่เทียนเฉินถูกหลิงอวี่สวิ๋นทำให้โมโหจนอับจนคำพูดจึงก้มหน้าลงมือกินก๋วยเตี๋ยว ส่วนไข่ต้มถ้าคีบไปคีบมาคงไม่ดี ที่สำคัญก็คือหลิงอวี่สวิ๋นนำไข่ต้มในจานของตนเอง คีบให้เสี้ยวหยา เธอแค่จะทำให้เย่เทียนเฉินโกรธสักหน่อย ไม่ได้อยากกินไข่ต้มเพิ่ม
ฉากนี้ทำให้เสี้ยวหยาหัวเราะ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างทุกคน ทั้งสามคนพบกันโดยบังเอิญก็เท่านั้น แต่กลับเข้ากันได้ดี ไม่มีความรู้สึกแบ่งแยกเลยแม้แต่น้อย หรือว่าชาติที่แล้วจะทำอะไรร่วมกันมา? ทำให้รู้สึกถึงโชคชะตาจริงๆ เป็นสิ่งที่พูดได้ไม่ชัดเจน
“หยาเอ๋อร์ ในมหาวิทยาลัยหลงเถิงของพวกเรามี สุดยอดสามคุณชาย แล้วยังมีดอกไม้ทั้งสี่ด้วย แต่ละคนสวยมากเลยทีเดียว” หลิงอวี่สวิ๋นพูดยิ้มๆ
“ในหมู่ดอกไม้ทั้งสี่จะต้องมีพี่อวี่สวิ๋นอยู่ด้วยแน่นอน พี่สวยขนาดนี้จะต้องได้รับเลือกให้เป็นดาวแน่เลยค่ะ!” เสี้ยวหยาพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“ฮี่ๆ นี่หรือ ปีนี้ มีความหวังว่าจะะได้รับเลือก จริงๆ การโหวตในตอนนี้ก็ยังดีอยู่!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้มอย่างน่ารัก
พูดไม่ได้ว่าหลิงอวี่สวิ๋นต้องการได้รับ