ก็เดินหงอออกไป เกรงว่าจุดจบของหวางจื้อลี่และหมออีกสองคนจะไม่ดีสักเท่าไหร่ หลูเซิ่งต๋าไม่กล้าล่วงเกินเย่เทียนเฉินอย่างเด็ดขาด ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่มีอำนาจอะไร อีกทั้งตระกูลเย่ก็ตกต่ำลงไปแล้ว แต่เมืองหลวงในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องตระกูลเย่ตามใจชอบ ไม่กล้าหาเรื่องเย่เทียนเฉินตามใจชอบอีก ขนาดเรื่องของตระกูลฉินและตระกูลลั่วที่ก่อเรื่องออกมาใหญ่หลวงขนาดนี้ สุดท้ายคลื่นลมอะไรแม้แต่นิดเดียวก็ไม่มี คนที่ฉลาดอยู่บ้างต่างก็สามารถวิเคราะห์อะไรบางอย่างออกมาได้ ไหนเลยจะกล้าบุ่มบ่ามกดขี่เย่เทียนเฉินอีก เป็นการรนหาที่ตายโดยสิ้นเชิง
“สาวสวยทั้งสองคนนี้ พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ อย่าให้เวลายืดเยื้อออกไปอีกเลย!” เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ มองหลิงอวี่สวิ๋นและเสี้ยวหยาที่กำลังจ้องมองมาทางตนเองอย่างตกตะลึงอยู่
“นาย…นายสนิทสนมกับผู้อำนวยการหลูเหรอ?” หลิงอวี่สวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจในทันทีที่ได้สติกลับมา
“จะบอกว่าสนิทก็คงไม่สนิท จะบอกว่าไม่สนิทก็ไม่สนิท จะสนิทหรือไม่สนิทก็แบบนั้นแหละ!” เย่เทียนเฉินพูดแล้วยักไหล่
“นายนี่ ยังกล้ามาทำเป็นไก๋ต่อหน้าฉันอีก พูดลิ้นพันกันไปหมดแล้วล่ะสิ?” หลิงอวี่สวิ๋นใช้ดวงตาอันงดงามจ้องมองเย่เทียนเฉินอย่างดุดันแล้วพูดขึ้น
ไม่ว่าจะอย่างไร เย่เทียนเฉินก็ทำให้หลิงอวี่สวิ๋นและเสี้ยวหยาต้องตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขามีความรู้สึกที่ทำให้คนอื่นมองไม่ออก ในตอนที่เหลาะแหละก็ท