งจะตะลึงอะไรกันอยู่ จับหวางจื้อลี่กลับไปให้ฉันซะ แล้วก็ยังมีหมอสองคนนี้ก็จับไปด้วย…” หลูเซิ่งต๋าได้สติกลับมา จึงตะโกนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่ตามหลังมาด้วยเสียงอันดัง
เหตุการณ์นี้จะเหมือนละครเกินไปแล้ว เดิมทีหวางจื้อลี่คิดว่าเชิญหลูเซิ่งต๋าที่เป็นที่พึ่งของเขามา จะสามารถเก็บกวาดเย่เทียนเฉินได้ ไหนเลยจะรู้ว่าหลูเซิ่งต๋าจะไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าเย่เทียนเฉินเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งยังทำตัวเคารพนอบน้อม สุดท้ายกลับเป็นหวางจื้อลี่เองที่ถูกจับไป ทำให้ผู้คนร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้มากจริงๆ
แน่นอนว่า หวางจื้อลี่ที่ถูกจับขึ้นรถตำรวจไป ในใจไม่เพียงไม่เกรงกลัว กลับผ่อนคลายลงมากด้วยซ้ำ ต้องทราบว่าเขาเองก็ได้ยินเรื่องของเย่เทียนเฉินมาก่อน คนคนนี้ทำตามหลักการโดยไม่สนใจตัวคน หากว่าโมโหขึ้นมาจริงๆ ต่อให้เขามีเก้าชีวิตก็ไม่พอ ตอนนี้ถูกจับไปที่สถานีตำรวจ จะมากจะน้อยก็นับว่ารักษาชีวิตเอาไว้ได้แล้ว
เมื่อเห็นว่าหวางจื้อลี่และหมออีกสองคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นลูกน้องของตนจับขึ้นรถตำรวจไปแล้ว หลูเซิ่งต๋าก็พูดกับเย่เทียนเฉินด้วยรอยยิ้มกระอักกระอ่วน “สหายเย่ ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้วผมก็ขอตัวไปก่อนนะครับ ไม่รบกวนคุณแล้ว!”
“อืม ลำบากผู้อำนวยการหลูแล้ว หวังว่าวิธีการที่พวกเราจะได้เจอกันครั้งหน้าจะเป็นมิตรมากกว่านี้สักหน่อยนะครับ!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“นี่…ขอโทษด้วยครับ ขอโทษครับๆ!”
หลูเซิ่งต๋าเอง