าถึงในเร็วๆนี้ครับ…”
เมื่อได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มในตอนนี้ของเย่เทียนเฉิน หวางจื้อลี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวจนแผ่นหลังมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมา เพราะไม่ว่าตอนไหนเย่เทียนเฉินก็มักจะมีใบหน้ายิ้มแย้มแบบนี้ ดูไร้พิษภัย ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านทั้งๆ ที่อากาศไม่หนาว
“อีกไม่นานก็ถึงแล้ว งั้นพวกคุณออกไปก่อนเถอะ อย่ารบกวนการพักผ่อนของคนไข้เลย” เย่เทียนเฉินเปิดปากพูด
“ได้ ได้ครับ!”
เมื่อเห็นหวางจื้อลี่พาหมอทั้งสองคนออกไปจากห้องผู้ป่วย VIP แล้ว หลิงอวี่สวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะมองเย่เทียนเฉินยิ้มๆ แล้วพูดขึ้นว่า “นายนี้มีกึ๋นดีจริงๆ เลยนะ รองผู้อำนวยการที่น่าเกรงขามก็ยังถูกนายปราบจนอยู่หมัด เจ๋งจริงๆ!”
“คนแบบนี้มันกวนประสาท ไม่อัดไม่ได้!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
เสี้ยวหยาอยู่ข้างกายเป็นเพื่อนคุณแม่มาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าความเจ็บปวดของคุณแม่ผ่อนคลายลงบ้างแล้วและค่อยๆหลับไป เสี้ยวหยาถึงจะวางใจลงไปมาก ส่วนพ่อของเธอนั้นได้กลับไปแล้วเพื่อไปจัดการเรื่องภายในบ้านแล้วค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ของเธอที่โรงพยาบาล พรุ่งนี้เสี้ยวหยาก็เริ่มไปเรียนแล้ว ไม่สามารถเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลได้ตลอด
“หยาเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ อย่าไปรบกวนการพักผ่อนของคุณป้าเลย!” เย่เทียนเฉินพูดกับเสี้ยวหยาด้วยเสียงอันเบา
“อืม!” เสี้ยวหยาพยักหน้า ห่มผ้าให้แม่ที่นอนหลับไปแล้ว จึงค่อยออกมาจากห้องผู้ป่วยกับเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋น
เมื่อดูเ