ย่เทียนเฉินล้วนไม่ได้รู้สึกถึงความอ่อนโยนเลยแม้แต่ครึ่งสวน กลับมองว่ามันเป็นรอยยิ้มของเทพแห่งความตาย ทำให้รู้สึกเหน็บหนาวอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
“ระ รู้แล้วครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!” หวางจื้อลี่หัวเราะฮี่ๆ แล้วรีบไปจัดการโดยไม่สนใจบาดแผลบนใบหน้าของตนเอง
เมื่อเห็นหวางจื้อลี่พาหมอทั้งสองคนจากไป เย่เทียนเฉินก็ยิ้มเดินไปเบื้องหน้าของเสี้ยวหยาแล้วพูดว่า “หยาเอ๋อร์ พวกเราพาแม่ของเธอไปส่งที่ห้อง VIP ก่อนเถอะ แบบนี้จะได้สะดวกขึ้นสักหน่อย รอให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นมาถึงก่อนแล้วค่อยให้พวกเขาวินิจฉัยโรคให้แม่ของเธอ แบบนี้เชื่อว่าไม่นานก็จะสามารถได้รับการรักษาตามปกติแล้ว!”
เสี้ยวหยาได้สติกลับมาก็มองไปยังเย่เทียนเฉิน เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีจริงๆ เธอก็แค่พบกับเย่เทียนเฉินโดยบังเอิญเท่านั้น แต่เขาก็ยังคอยช่วยเธออย่างจริงใจ หลิงอวี่สวิ๋นก็เช่นเดียวกัน ได้พบกับคนดีทั้งสองคนแบบนี้ เสี้ยวหยารู้สึกว่าการที่ตนเองได้เรียนที่มหาวิทยาลัยหลงเถิงเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องแล้วจริงๆ
“ขอบคุณ ขอบคุณนายมาก!” เสี้ยวหยามองไปยังเย่เทียนเฉินดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาแล้วพูดขึ้น
“ฮ่าๆ วันหลังก็ไม่ต้องพูดขอบคุณอะไรอีก เรียกฉันว่าเทียนเฉินก็พอแล้ว พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องเกรงใจแบบนี้หรอก!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“อื้อ!” เสี้ยวหยาพยักหน้า จดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้ในใจ
เย่เทียนเฉินมองพยา