คำเหรอ?” เย่เทียนเฉินเห็นหลิงอวี่สวิ๋นมีใบหน้าแดงเล็กน้อย จึงตั้งใจแกล้งทำเป็นพูดขึ้นอย่างถูกต้องชอบธรรม
ตลอดทางมานี้ หลิงอวี่สวิ๋นล้วนพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลั่นแกล้งตนเอง หยอกล้อตนเอง แน่นอนว่านี่เป็นวิธีการคุยเล่นของเพื่อนสนิทอย่างหนึ่ง เพียงแต่ตลอดมาเขาก็ยังไม่อาจหาโอกาสตอบโต้ได้ ตอนนี้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถึงกับรู้จักหน้าแดง จึงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ รีบถือโอกาสนี้ไล่ต้อน พูดหยอกล้อเธอสักหลายประโยค
“ฉะ ฉันไม่เคยพูดมาก่อน นายลองให้น้องหยาเอ๋อร์บอกสิว่า ท่าทางแบบนายนี่ ตอนเด็กก็ไม่ได้ดูดีเท่าไหร่ ฉันจะถูกใจนายเหรอ?” หลิงอวี่สวิ๋นหน้าแดงไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงนำเสี้ยวหยามาเป็นเกราะป้องกัน
“ชิ พี่ชายออกจะหล่อเหลาใจกว้างขนาดนี้ แล้วยังแข็งแรง…”
คำพูดของเย่เทียนเฉินยังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์เสี้ยวหยาก็ดังขึ้น เมื่อหยิบออกมาพบว่าเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกียรุ่นเก่า ราคาสามร้อยหยวนประเภทนั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดจาดูถูก แต่โทรศัพท์โนเกียรุ่นเก่าแบบนี้ มีคนใช้น้อยมากแล้ว โดยเฉพาะในยุคนี้ซึ่งเป็นยุคที่มีสมาร์ทโฟนใช้กันอย่างแพร่หลาย กระทั่งเด็กประถมก็ไม่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าแบบนี้แล้ว เพราะว่าสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดก็แค่สองสามร้อยหยวนเท่านั้น
“พ่อคะ หนูเอง เป็นอะไรเหรอคะ?” เสี้ยวหยาถามเสียงเบา
“ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้? ได้ค่ะ หนูจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ หนูลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นไรค่ะ หนูจะไปถึงเร็วๆนี้!”