ตอนที่เสี้ยวหยาพูดประโยคที่สองเธอร้อนใจจนเกือบจะร้องไห้ เย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋น เห็นดังนั้นก็รู้สึกกระวนกระวาย คงจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว
เมื่อวางโทรศัพท์ไป เสี้ยวหยาก็มองพวกเขาทั้งสองแล้วพูดว่า “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ!”
“เป็นอะไรไป?” เย่เทียนเฉินเปิดปากถาม
“มะ ไม่มีอะไร พวกคุณกินกันไปเถอะ ขอบคุณมาก!” เสี้ยวหยาพูดด้วยท่าทางเร่งรีบ
“หยาเอ๋อร์ เธอจะกลับบ้านใช่หรือเปล่า ฉันมีรถ ให้ฉันไปส่งเธอเถอะ แบบนี้จะเร็วกว่า!” หลิงอวี่สวิ๋นเองก็เป็นผู้หญิงจิตใจดีคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทางร้อนใจเป็นอย่างมากก็รีบพูดขึ้น
“มะ ไม่ต้องเหรอกค่ะ ฉันนั่งรถไปเองก็ได้ค่ะ…”
“หยาเอ๋อร์ พวกเราเป็นเพื่อนกัน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่ต้องเกรงใจไปเหรอก!”
เย่เทียนเฉินมองออกว่าเสี้ยวหยาไม่ต้องการสร้างความยุ่งยากให้พวกเขา จิตใจดี น่ารัก และมีความเคารพในตัวเอง ผู้หญิงแบบนี้มีน้อยมากจริงๆ ดังนั้นเขาจึงคิดอยากจะช่วยเสี้ยวหยา อีกทั้งดูแล้วครอบครัวของเธอคงจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเธอคงจะไม่รีบร้อนจนมีสภาพเป็นแบบนี้หรอก
“ใช่แล้ว หยาเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ!” หลิงอวี่สวิ๋นจับมือเสี้ยวหยาเดินไปข้างนอก ในตอนนี้เย่เทียนเฉิน ก็ไม่ได้เขินอายอะไรอีก เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วหยิบบัตรสีทองของตนออกมารูด หลังจากนั้นก็รีบเดินออกไปนอกร้านอาหารทะเล
เสี้ยวหยาขับรถสปอร์ตคันเล็กคันหนึ่ง เพียง