มองก็คิดว่าคงจะเป็นรถที่มียี่ห้อ เพียงแต่สำหรับเย่เทียนเฉินที่เป็นคนไม่รู้จักเรื่องรถ จะเป็นยี่ห้ออะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่เมื่อนั่งลงไปแล้วรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก หลิงอวี่สวิ๋นขับรถ เสี้ยวหยานั่งอยู่ที่ตำแหน่งข้างคนขับคอยบอกทางให้หลิงอวี่สวิ๋น ส่วนเย่เทียนเฉินนั่งอยู่บนที่นั่งด้านหลัง
เสี้ยวหยามองหลิงอวี่สวิ๋นและเย่เทียนเฉิน ในใจก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้พบกับเพื่อนนักเรียนที่ดีขนาดนี้ในทันทีที่มาถึงมหาวิทยาลัย และสามารถคบหาจนเพื่อนสนิทกันได้ โดยเฉพาะเย่เทียนเฉินที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ ก่อนหน้านี้ผู้ชายที่เข้ามาพัวพันกับตัวเองมักจะคิดไม่ดีต่อเธอ แต่เย่เทียนเฉินไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทำให้เธอรู้สึกแตกต่าง
ประมาณสองชั่วโมงต่อมา นับได้ว่าหลิงอวี่สวิ๋นขับรถค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเธอรู้ว่าเสี้ยวหยาร้อนใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่มองท่าทางของเธอก็ทราบแล้ว ดังนั้นจึงไม่สนใจไฟเขียวไฟแดงขับตรงมาลูกเดียว กระทั่งขับออกมาจากเมืองหลวงจนถึงสถานที่ห่างไกลบริเวณชานเมือง และจอดลงที่ด้านนอกหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“ที่นี่ค่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะ อาการป่วยของคุณแม่กำเริบ ต้องส่งโรงพยาบาล!” เสี้ยวหยาพูดอย่างร้อนใจ
“อืม เธอนำทางไปเลย พวกเราจะตามเธอ ไปไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก!” เย่เทียนเฉินพูดพลางพยักหน้า
เสี้ยวหยามองเย่เทียนเฉินแวบหนึ่งพลันรู้สึกซาบซึ้งอยู่ในใจ จากนั