นตบลงบนโต๊ะ ตะโกนเสียงดังว่า “คำพูดของคุณชายน้อยของพวกเรา แกฟังไม่ได้ยินหรือไง? ต้องการให้ฉันทำให้แกตายหรือเปล่า?”
อาจารย์หญิงคนนั้นถูกชายฉกรรจ์ทำให้ตกใจจนแทบจะทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ ทำได้เพียงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนแล้วพูดกับเสี้ยวหยาว่า “นักศึกษาคนนี้ ขอโทษด้วยค่ะ รออีกคู่หนึ่งเดี๋ยวครูจะทำเรื่องให้เธอนะ!”
“อาจารย์คะ หนูเองก็มีธุระเร่งด่วน อาจารย์ทำเรื่องให้หนูก่อนเถอะ ขอร้องล่ะค่ะ!” เสี้ยวหยามองไปยังอาจารย์หญิงอย่างกระวนกระวายแล้วพูดขึ้น
ในตอนนี้เอง ชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเซวียเยวี๋ยนอวี่ มองเสี้ยวหยาด้วยรอยยิ้มเย็นชาแล้วพูดว่า “แกมีธุระเร่งด่วน? ใครก็มีธุระเร่งด่วนทั้งนั้น อยู่ต่อหน้าคุณชายน้อยของพวกเราก็ต้องหลบทางไปข้างๆ ผู้หญิงอย่างแกไม่คุ้นเคยหรือไง? อยากตายเหรอ?”
“พวกคุณ พวกคุณแซงคิวยังเรียกว่ามีเหตุผลอีกเหรอคะ?” เสี้ยวหยาอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“แซงคิว หึ อย่าพูดถึงเรื่องแซงคิวเลย ต่อให้แทงแกก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้แต่ครึ่งคำ รีบไสหัวไปซะ ให้คุณชายของพวกเราทำเรื่องลงทะเบียนเรียน ไม่งั้นแกได้เห็นดีกันแน่!” คำพูดของชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งยิ่งไร้ยางอายและพาลเพโลเป็นอย่างมาก เมื่อมองเสี้ยวหยาที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ดวงตาทั้งสองก็เปล่งประกายหื่นกระหายออกมา
“คุณ พวกคุณจะเกินไปแล้ว…” เสี้ยวหยาได้ยินชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งพูดจาดูถูกตนเอง ก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดอันขาวนวลจนแน่น แม้ว