ก็บกวาดยังไง!” ชางหลางได้สติกลับมา จึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกไปอย่างโกรธเคือง
“อย่าตะโกนสิ อย่าตะโกน ไม่ใช่ว่ามีคุณแล้วก็มีท่านหยางเหรอ? ผมเชื่อว่าพวกคุณจะสามารถทำให้เรื่องตระกูลฉินและตระกูลลั่วสงบลงได้ หรือพูดให้ถูกก็คือ ผมได้ตอบรับท่านหยางไปแล้ว ตอนที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยหลงเถิง จะถือโอกาสคุ้มครองดาวมหาวิทยาลัยอะไรนั่นสักหน่อย พวกคุณคิดดูสิ ถ้าผมเกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครจะทำภารกิจล่ะ?” เย่เทียนเฉินยิ้มแล้วพูดออกมาอย่างไร้ยางอาย
“นาย…”
“ผมว่าพวกเราไปกันเถอะ เชื่อว่าอีกไม่นานพวกคนรับใช้ของตระกูลลั่วก็จะไปแจ้งตำรวจแล้ว พอตำรวจมาถึงเห็นท่านนายพลชางหลางอย่างคุณอยู่ที่นี่ เรื่องก็คงจะรุนแรงมากขึ้น คนตัวเล็กๆ ไร้ความสำคัญอย่างผมถูกพบก็ไม่เป็นไรหรอก” เย่เทียนเฉินพูดแล้วหัวเราะฮี่ๆ
ชางหลางถูกเย่เทียนเฉินทำให้โกรธจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว หมุนตัวเดินไปยังประตูของบ้านตระกูลลั่ว เย่เทียนเฉินเดินตามไปด้วยรอยยิ้มไร้ยางอาย ในตอนที่เพิ่งจะเดินไปถึงประตูบ้านตระกูลลั่ว ตำรวจหน่วยรบพิเศษติดอาวุธเกินหนึ่งร้อยคนเล็งปากกระบอกปืนมาทางเย่เทียนเฉินและชางหลาง การวางกำลังรบแข็งแกร่งมั่นคงมาก
“นี่คงจะเป็นคนของหลูเซิ่งต๋า ดูท่าต้องสั่งสอนเล็กน้อย คนๆ นี้ไม่รู้เรื่องเลย!” เย่เทียนเฉินแล้วกำหมัดแน่น
“ไอ้หนูเพลาๆ ลงบ้างได้ไหม อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ปล่อยให้ปู่อย่างฉันช่วยนายได้ไหม…” ชางหลางมองเย่เทียนเฉิน พูดด้วยเสี