แน่นอน งั้นให้ฉันจับแกด้วยมือแล้วกัน!” กูตู๋อ๋างยังคงอยู่ในความตกตะลึง ตั้งแต่ที่เขาได้เป็นรองผู้บัญชาการกรมความมั่นคงสาธารณะแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนบ้าบิ่นอย่างเย่เทียนเฉิน
“ไม่ต้องพูดจาไร้สาระพวกนั้นกับฉันหรอก ฉันรู้ว่าครั้งที่แล้วนายจับฉันไม่ได้ ก็เลยไม่พอใจ ความจริงนายก็ถีบประตูบ้านของฉันพัง ฉันก็ไม่พอใจเหมือนกัน การต่อสู้ระหว่างพวกเราสองคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มาเถอะ ถ้าฉันแพ้ก็จะไปกระทรวงความมั่นคงสาธารณะกับนาย ถ้านายแพ้ก็ชดใช้ค่าประตูคฤหาสน์ของบ้านฉันมาหนึ่งพันแปดร้อยหยวนก็พอแล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ มองไปยังกูตู๋อ๋าง
“พวกนายสองคนหยุดนะ!” ชางหลางมองกูตู๋อ๋างและเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“หึ ไอ้หนูนี่รนหาที่ตาย ฉันก็จะทำให้มันสมปรารถนา หรือนายกลัวว่าฉันจะฆ่ามัน?” กูตู๋อ๋างแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง มองไปยังชางหลางแล้วพูดขึ้น
ชางหลางไม่สนใจกูตู๋อ๋าง เดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉินแล้วพูดว่า “นายบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว ฆ่าล้างตระกูลลั่วจนหมด เมื่อเทียบกับเรื่องตระกูลฉินแล้วยังน่ากลัวกว่า นายยังมีกะจิตกะใจไปประลองกับกูตู๋อ๋างอีกเหรอ? ไปเถอะ ไปหาท่านหยาง”
“สามพ่อลูกตระกูลลั่วนี้ ก็คือสุนัขสามตัว ถ้าปล่อยสุนัข น่ารังเกียจพวกนี้ไว้ คงจะผิดต่อชาวบ้านธรรมดามากยิ่งกว่า ฉันผดุงความยุติธรรมแทนฟ้า ส่วนเรื่องประตูคฤหาสน์ของบ้านฉัน จำเป็นต้องชดใช้มาถึงจะถูก” เย่เทียนเฉินส่ายหัวแล้วพูดยิ้มๆ
“นาย คำพ