ฟย คิดอยากจะแซวสาวงามคนนี้เล่นสักหน่อย จะอย่างไรก็ว่างอยู่ จึงยืนขึ้น สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วจับกระเป๋ากางเกงให้พลิกออกมา ปรากฏว่าทั้งหมดว่างเปล่า เขาทำท่าทางเหมือนคนไม่มีเงินแล้วพูดว่า “เห็นหรือเปล่า แม้แต่เหรียญเดียวก็ไม่มี…”
“นาย…งั้น งั้นอีกเดี๋ยวนายจะจ่ายเงินยังไง?” ซูเฟยเฟยเกือบจะถูกเย่เทียนเฉินทำให้โมโหจนตายอยู่แล้ว เธอคิดว่าไม่ง่ายเลยที่จะให้คนขี้งกอย่างเย่เทียนเฉินเลี้ยงวุ้นเส้นต้มยำตนเองถ้วยหนึ่งได้ หมอนี่คงไม่ชักดาบหรอกนะ? หรือจะบอกว่าสุดท้ายจะให้ตนเองที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนจ่ายเงิน?
เห็นท่าทางร้องไห้ไม่ออกของซูเฟยเฟย เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะในใจ เขาพยายามกลั้นเอาไว้ จากนั้นใช้มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ นำเหรียญกำหนึ่งวางไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างหน้า แล้วเริ่มนับเหรียญอย่างจริงจัง
“หนึ่งหยวน…”
“สองหยวน…”
“สองหยวนห้า…”
“สามหยวน…”
ซูเฟยเฟยเห็นดังนั้นก็รู้สึกอยากร้องไห้ เนื่องจากคนรอบๆ หลายคนมองมาทางพวกเขา แต่เย่เทียนเฉินก็ยังนับเหรียญอยู่ข้างๆ ต่อไปโดยไม่กลัวว่าจะเสียหน้าเลยสักนิด ตอนที่เขานับเสร็จก็ยังมองไปยังเถ้าแก่ที่กำลังทำวุ้นเส้นต้มยำแล้วถามว่า “เถ้าแก่ วุ้นเส้นต้มยำพิเศษของคุณเท่าไหร่?”
“สิบหยวน!”
เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วมองไปอย่างเหรียญในมือ ตะโกนไปยังเถ้าแก่อย่างหน้าไม่อายว่า “เถ้าแก่ เปลี่ยนเป็นแบบธรรมดาให้พวกเราสองที่!”
ทรุดเลยทีเดียวแล้ว