้าไปในห้องทำงานของหยางอี้กำลังเซ็นอนุมัติเอกสารอยู่ เย่เทียนเฉินยังคงทำเหมือนครั้งที่แล้ว นอนลงบนโซฟายาวข้างๆ ท่าทางสบายอกสบายใจเป็นอย่างมาก ชางหลางจ้องเจ้าคนไร้มารยาทอย่างดุดัน ก่อนจะเดินไปเบื้องหน้าหยางอี้ กล่าวรายงานอย่างเคารพ “หัวหน้าครับ ผมพาเย่เทียนเฉินมาแล้วครับ!”
“ทางด้านอื่นมีข่าวอะไรมารึเปล่า?” หยางอี้ถามออกมาโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอ ยังคงเซ็นเอกสารต่อไป
“เฉินเซิงส่งกูตู๋อ๋างไปจับไอ้หนูนี่ โชคดีที่ผมไปทันเวลา ส่วนตระกูลลั่วเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย เหมือนกับว่าเตรียมทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้น!” ชางหลางพูด
“อืม คุณออกไปเถอะ มีข่าวอะไรก็ให้มารายงายผม อย่าลืมส่งพวงหรีดไปให้ตระกูลฉินด้วย”
“ครับ!”
ชางหลางออกไปจากห้องทำงาน เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้สนทนากับหยางอี้ในทันที ส่วนหยางอี้ยังคงเซ็นเอกสารต่อไป ราวกับว่าทั้งคู่กำลังรอ รอว่าใครจะเอ่ยปากก่อน
เย่เทียนเฉินไม่ใช่คนโง่ ตอนที่ชางหลางมาช่วยแล้วพูดออกมาว่าหยางอี้อยากจะช่วยเขา เขาก็รู้สึกได้เลยว่ามีเรื่องแล้ว ถึงเขาจะเจอหยางอี้แค่ครั้งเดียว สนทานากันครั้งเดียว แต่ก็ยังรู้สึกนับถือชายชราคนนี้มากจริงๆ ตอนที่จริงจังก็ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามจนไม่อาจล่วงเกินได้ พอขี้เล่นขึ้นมาก็ทำให้เขาช็อกได้เลย
หยางอี้เปิดเอกสารอ่านอยู่ตลอด ทั้งยังไม่ทักทายเย่เทียนเฉิน คนคนนี้ไม่ต้องการให้ตนทักทาย แต่ละคนดื่มน้ำที่อยู่ข้างๆ หยิบผลไม้กินเป็นระยะๆ เกรงว่าคนที่