อยู่ต่อหน้าท่านหยางแล้วยังสบายใจเช่นนี้ได้โดยไม่อึดอัดเลยสักนิด คงจะมีแต่ครอบครัวของเขาและเย่เทียนเฉินเท่านั้น
เย่เทียนเฉินนอนบนโซฟาจนหลับไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งยังกรนออกมาอีกต่างหาก หยางอี้เห็นแล้วก็รู้สึกอับจนคำพูด ขนาดเขายังอยากพุ่งเข้าไปอัดเย่เทียนเฉินแรงๆ สักยก ในใจคิดว่าไอ้หนูนี่ยังสงบได้อยู่อีก ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนั้นยังกินได้นอนได้ แล้วยังถึงกับมาหลับบนโซฟาในห้องทำงานของตน กรนออกมาเสียงดัง ทำให้ผู้อื่นอับจนคำพูดจริงๆ
ความจริงหยางอี้คิดจะรอให้เย่เทียนเฉินเอ่ยปากก่อน แบบนี้เขาก็จะเป็นฝ่ายคุมเกมได้ ถึงตอนนั้นต้องการให้เย่เทียนฉินทำอะไร ไอ้หนูนี่ก็จะปฏิเสธไม่ได้ นี่สำหรับเย่เทียนเฉินเท่านั้น หากเป็นคนอื่นแค่อาศัยคำพูดของหยางอี้ประโยคเดียว ใครจะกล้าไม่รับคำสั่งอย่างนอบน้อมกัน? เนื่องจากนิสัยของเย่เทียนเฉินทำให้คนมองไม่ออก ตอนที่จริงจังขึ้นมาก็เป็นดั่งเทพแห่งความตาย ตอนขี้เล่นขึ้นมาก็เป็นดั่งอันธพาล ขนาดหยางอี้ก็รู้สึกหมดหนทางกับไอ้หนูนี่ ทำได้เพียงใช้วิธีการแบบนี้ทำให้เย่เทียนเฉิน “อ้อนวอน” ออกมาเอง
“ไอ้หนูอย่างนายคงไม่คิดจะนอนยันสว่างหรอกนะ?” หยางอี้เดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน มองไปด้วยใบน้ามืดครึ้มพลางกล่าวถาม
“ฮี่ๆ ท่านผู้เฒ่า คุณไม่สนใจผม ผมก็ทำได้แค่นอนแล้วล่ะครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เย่เทียนเฉินลืมตา หัวเราะฮี่ๆ ออกมา
หยางอี้มองเย่เทียนเฉินแวบหนึ่งแล้วจึงเดินไปนั่งบนเก้าอี้