ทำงานของตน มองเย่เทียนเฉินพลางกล่าว “ไอ้หนู ครั้งนี้ก่อเรื่องใหญ่เลยเชียวนะ ขนาดฉินอี้ก็ตายไปแล้ว ฉันจะดูสิว่านายจะหยุดมันยังไง…”
“เห้อ ผมเองก็ไม่คิดว่าร่างกายคนแก่จะบอบบางขนาดนี้ ถึงกับโมโหจนโรคหัวใจกำเริบตาย นี่จะโทษผมไม่ได้นะครับ ต้องโทษตัวเขาเองที่อ่อนแอเกินไป!” เย่เทียนเฉินส่ายหัว พูดด้วยท่าทางไม่เกี่ยวกับตน
ได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน หยางอี้รู้สึกอยากจะเขวี้ยงถ้วยชาในมือออกไปซัดหน้าเย่เทียนเฉินให้ตาเขียวสักหน่อยค่อยพูดกันต่อ เห็นชัดๆ ว่าเขาทำให้ฉินอี้ตกใจจนตายทั้งเป็น ยังกล้ามาทำท่าทางว่าไม่เกี่ยวกับตนเองอีก เดิมทีฉินอี้ก็มีนิสัยฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว รวมกับที่อายุมาก พอเห็นลูกชายตัวเองถูกทำร้าย เห็นหลานถูกเย่เทียนเฉินโยนเข้าไปในโลงศพ ไม่โกรธจนกระอักเลือดออกมาสิแปลก เขามีฐานะเป็นรองผู้นำระดับชาติ เป็นครั้งแรกที่ได้รับความอัปยศถึงขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนอื่นก็เกรงว่าจะรับไม่ไหว
“งั้นนายคิดจะทำยังไงต่อไป? เฉินเซิงก็ลงมือแล้ว เรื่องตระกูลฉินก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ฉันเดาได้เลยว่าไอ้หนูอย่างนายต้องตายแน่นอน!” หยางอี้มองเย่เทียนเฉินพลางกล่าว
“ไม่มั้งครับ? ร้ายแรงถึงขั้นตายแน่นอนเลยเหรอ? ผมคิดว่าไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ผมไม่สนว่ามันจะร้ายแรงขนาดไหน ไม่ใช่ว่ายังมีผู้เฒ่าคุ้มครองอยู่หรือครับ? คุณจะต้องไม่นั่งมองโดยไม่สนใจแน่ คุณเป็นทัพหน้าผู้มีความยุติธรรม คงไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอ