็นไง? ทำความผิดใหญ่เลยใช่ไหม? ใครจะไปช่วยเขาได้!” เย่เฮ่อกั๋วพูดอย่างเกินจริง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“พี่ใหญ่ พี่รอง เมื่อก่อนเทียนเฉินเสียมารยาทต่อพวกพี่ไปบ้าง แต่จะยังไงเขาก็เป็นลูกชายคนหนึ่ง อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับเขาเลยได้ไหมครับ? ยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน!” เย่หงพูดอย่างร้อนใจ
“ครอบครัวเดียวกัน เขาเคยเห็นลุงใหญ่อย่างฉันอยู่ในสายตาด้วยรึไง?” เย่มู่ไป๋กล่าวกลับกันโดยสิ้นเชิง
“เขาก็ไม่เห็นลุงรองอย่างฉันอยู่ในสายตาเหมือนกัน ไอ้หลานคนนี้…”
“พวกแกสองคนไสหัวออกไปให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไสหัวไป!” เย่หย่วนซานเอ่ยขัดคำพูดของลูกชายคนที่สองของเขา ตะโกนออกมาอย่างโมโห
เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วได้ฟังก็ตกใจจนเบลอ ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ พ่อถึงได้เข้าข้างน้องสามแบบนี้ ในใจรู้สึกไม่พอใจแต่กลับไม่กล้ายั่วโมโหเย่หย่วนซานผู้เป็นพ่อ ออกไปจากห้องโถงของคฤหาสน์อย่างหวาดกลัว
“หงเอ๋อร์ เสี่ยวเยี่ยน พวกลูกสองคนไม่ต้องร้อนใจไป นั่งลงก่อนค่อยพูดเถอะ!” เย่หย่วนซานเรียกให้เย่หงและหลัวเยี่ยนมานั่ง
ความจริงแล้วตั้งแต่ครั้งนั้นที่เย่หย่วนซานเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเย่เทียนเฉินและพูดคุยกับเย่หงจนเข้าใจกันมากขึ้น ระหว่างพ่อลูกก็มีความเงียบงัน ทุกอย่างยังคงเหมือนปกติ แต่เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ สองพ่อลูกก็จะคุยกันอย่างจริงใจ ที่ไม่ให้เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วรู้เรื่องนี้เป็นเพราะพวกเขาสองคนมีจิตใจคับแคบ จะทำให้ครอบครัว