สมัยก่อนได้บ้าง พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้เรื่องนี้เบาลง ขอแค่ลูกชายไม่ถูกตัดสินโทษตาย ต่อให้ถูกจำคุกหลายสิบปีก็ยังมีความหวังที่จะได้พบหน้ากัน นี่เป็นแผนการเลวร้ายที่สุดที่เย่หงคิดได้
เมื่อเย่หงจอดรถหน้าประตูบ้านเดิมตระกูลเย่ เขากับหลัวเยี่ยนก็รีบลงรถเดินไปในคฤหาสน์ ทั้งสองเห็นบอดี้การ์ดสองคนยืนปกป้องคฤหาสน์อยู่ เมื่อพวกเขาเห็นเย่หงและคุณนายมาก็รีบเปิดทางให้ ทั้งยังต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างหาได้ยาก เมื่อก่อนบอดี้การ์ดสองคนนี้เป็นบ่าวสุนัข กล้าชักสีหน้าใส่เย่หงและหลัวเยี่ยน เพียงแต่เย่หงไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย เขาอยากให้ครอบครัวสมัครสมานสามัคคีกัน ดูท่าแล้วครั้งนั้นที่เย่เทียนเฉินระเบิดความโกรธออกมาจะมีประโยชน์จริงๆ
เย่หงผลักประตูห้องโถงของคฤหาสน์เข้าไป พบเย่หย่วนซาน เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อหั๋วกำลังนั่งทานข้าวด้วยกัน เขารีบเดินเข้าไปกล่าวอย่างกระวนกระวายว่า “พ่อครับ พ่อได้ยินเรื่องตระกูลฉินมาแล้วใช่ไหมครับ? ต้องคิดหาทางช่วยเทียนเฉินด้วยนะครับ! ”
ไหนเลยจะรู้ว่า เย่หย่วนซานยังไม่ได้เอ่ยปาก เย่มู่ไป๋ก็ชิงพูดขึ้นด้วยท่าทางเย็นชา “เมื่อก่อนไอ้เดรัจฉานนี่ทำความผิดก็ยังไม่มากอะไร แต่ครั้งนี้ทำผิดครั้งใหญ่จนสะเทือนไปถึงฟ้า ต่อให้นำพวกเราทั้งตระกูลเย่ไปชดใช้ก็คงจะช่วยออกมาไม่ได้!”
“น้องสาม พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่านายสั่งสอนลูกได้ไม่ดี พวกเราบอกให้นายดูแลไอ้เด็กเวรนี่ดีดี แล้วตอนนี้เป