เรื่องซุบซิบระหว่างกูตู๋อ๋างและชางหลางทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกสนใจมาก หากจะพูดด้วยความหมายทั่วไปก็คือ ชีวิตน่าเบื่อเกินจึงหาเรื่องซุบซิบฟังสักหน่อยก็ไม่เลวนัก ที่สำคัญก็คือกูตู๋อ๋างคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ทั้งยังยโสมาก เป็นคนที่หยิ่งยโสไปถึงกระดูก ให้ความรู้สึกว่าไม่เห็นใครอยู่ในสายตา รวมกับที่คนคนนี้ถีบประตูบ้านของตนจนพังยับ เย่เทียนเฉินจึงคิดจะไปให้เขาชดใช้…
“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ได้ เขามีความสามารถจริงๆ แข็งแกร่งมาก!” ชางหลางเอ่ยราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้
“ดูแล้วพวกคุณสองคนก็เคยสู้กันมาก่อน ผลเป็นยังไง?” เย่เทียนเฉินถามยิ้มๆ
“ฉันชนะไปแค่กระบวนท่าเดียว…”
เมื่อได้ยินคำนี้ของชางหลาง เย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย แม้เขาจะรู้ว่ากูอตู๋อ๋างแข็งแกร่งมาก บางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าชางหลาง แต่เขาไม่คิดว่ากูตู๋อ๋างจะแพ้ชางหลางแค่กระบวนท่าเดียว ฝีมือการต่อสู้เช่นนี้ต้องกล่าวว่าแข็งแกร่งห้าวหาญมาก อีกทั้งยังเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน กูตู๋อ๋างอายุน้อยกว่าชางหลางหลายปี หลายปีต่อจากนี้เขาจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างแน่นอน บางทีอาจจะไม่แพ้ชางหลางกระบวนท่าเดียวแล้ว คนคนนี้มีค่าพอให้โอหังจริงๆ
“อืม ดูแล้วตอนที่ผมไปทวงหนี้ค่าประตูบ้านกับเขาจะต้องระวังหน่อยแล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ
“เขามีความสามารถที่จะเป็นราชันนักรบของจีนจริงๆ เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาหยิ่งเกินไป สักวันหนึ่งจะต้องลำบากแน่”
เย่เทียนเฉิ