กน้องของชางหลาง ตอนที่เป็นทหารคนสำคัญ เดิมทีก็เป็นคนที่คลั่งการต่อสู้คนหนึ่ง หลังจากที่ได้โยกย้ายไประดับสูง ก็มีโอกาสลงมือน้อยมาก สำหรับคนบ้าการต่อสู้อย่างเขา การที่ไม่มีการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ทำให้เขาแทบบ้า ดังนั้นกูตู๋อ๋างจึงหาทางออกด้วยการวิ่งรอบสนามทุกวัน
ตอนนี้เย่เทียนเฉินดูหมิ่นตนเอง รวมกับฝีมือของเย่เทียนเฉินก็ไม่แย่ เมื่อสักครู่ที่ประมือกันอย่างดุเดือด ตนเองก็ไม่ได้ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย นี่ทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้ในกายของกูตู๋อ๋างคึกคะนองขึ้นมาบ้างแล้ว วันนี้ในเมื่อเย่เทียนเฉินปฏิเสธการจับกุม เช่นนั้นเขาก็มีเหตุผลมากพอที่จะลงมือ
พลันนั้น เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะมองกูตู๋อ๋างระมัดระวัง เพราะบรรยากาศของคนคนนี้เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ราวกับเป็นสัตว์ร้ายยุคดึกดำบรรพ์ตัวหนึ่งฟื้นคืนชีพขึ้นมา บนร่างแผ่บรรยากาศดุร้าย สั่นสะเทือนจนหญ้าบริเวณเท้าของเขาโบกสะบัดทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัดผ่าน นี่เป็นการเร่งเร้าพลังภายในที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่ง จึงสามารถสร้างปรากฏการเช่นนี้ได้ กระทั่งเย่เทียนเฉินก็ต้องถอนใจด้วยความตะลึง กูตู๋อ๋างคนคนนี้ช่างแข็งแกร่งดั่งคาด
เย่เทียนเฉินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือซ้ายแม้จะยังล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่หมัดขวานั้นกำจนแน่นไปแล้ว กูตู๋อ๋างรีดเร้นพลังอันแข็งแกร่งออกมาขนาดนี้ เขาไม่กล้าลำพองใจ ไม่รู้ว่ากระบวนท่านี้ของกูตู๋อ๋างจะมีอำนาจแข็งแ