กร่งขนาดไหน จำเป็นต้องป้องกันสุดกำลัง
“หยุดมือ!”
ในตอนที่กูตู๋อ๋างเตรียมจะลงมือเต็มที่ เย่เทียนเฉินเองก็เตรียมสู้กับกูตู๋อ๋างเต็มกำลังนั้นเอง มีรถจี๊ปทหารคันหนึ่งจอดรถข้างถนน ชางหลางรีบลงจากรถเพื่อหยุดเย่เทียนเฉินและกูตู๋อ๋าง
“คุณมาทำไม?” กูตู๋อ๋างเห็นชางหลางมา ก็เก็บท่าทางการโจมตีกลับไปแล้วถามด้วยเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา
“ฉันรู้ว่านายต้องการมาพาเย่เทียนเฉินไป แต่ท่านหยางมีคำสั่งลงมาแล้วว่าเรื่องของตระกูลฉินให้ฉันเป็นคนจัดการ เย่เทียนเฉินไปกับฉันซะ!” ชางหลางเองก็มองกูตู๋อ๋างแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจแล้วเอ่ยขึ้น
เมื่อเห็นการสนทนาของกูตู๋อ๋างและชางหลาง เย่เทียนเฉินก็รู้สึกแปลกๆ เมื่อก่อนพวกเราสองคนเคยเป็นหัวหน้าลูกน้องมาก่อน กูตู๋อ๋างเป็นทหารคนสำคัญใต้บังคัญบัญชาของชางหลาง ความสัมพันธ์ของทั้งสองควรจะไม่เลวถึงจะถูก ทำไมถึงมีความรู้สึกเหมือนศัตรูคู่อาฆาตมาเจอกันล่ะ? นี่มันมีอะไรไม่ถูกต้องรึเปล่า!
กูตู๋อ๋างมองชางหลางแวบหนึ่ง แล้วก็มองเย่เทียนเฉินอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง จึงค่อยเดินไปยังถนนด้านข้าง การจับกุมเย่เทียนเฉินครั้งนี้เป็นเฉินเซิงสั่งลงมาด้วยตัวเอง แต่ว่าด้วยตำแหน่งของเฉินเซิงไม่อาจสู้หยางอี้ที่เป็นระดับหัวหน้าได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าตำแหน่งของเฉินเซิงหรือหยางอี้ก็ไม่คุ้มจะต่อต้าน เป็นข้าราชการในประเทศจีน ไม่อาจทำการล่วงเกินกันเช่นนี้ได้ ไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย
“ชางหลาง ได้ยินว่า