างทีก่อนหน้านี้หลายปีความสามารถของกูตู๋อ๋างอาจจะไม่เท่าชางหลาง อย่างไรก็ตามด้วยการเพิ่มพูนประสบการณ์ เพิ่มพูนความสามารถ ก็ไม่สามารถเป็นลูกน้องชางหลางได้อีกต่อไป ไม่ทันไรก็กลายเป็นหัวหน้ากระทรวงความมั่นคงสาธารณะแล้ว ดูเบาไม่ได้เลยจริงๆ
ความจริงเย่เทียนเฉินคิดดูแล้ว ชางหลาง เหยียนหลง และบุคคลลึกลับอีกคนหนึ่ง ถูกยกเป็นสามราชันนักรบแห่งประเทศจีน นี่ก็เป็นเรื่องเมื่อห้าปีก่อน แผ่นดินปรากฏผู้มีความสามารถอยู่ตลอด บางทีตอนที่พิจารณาสามราชันนักรบนี้ การแข่งขันของพวกชางหลางทั้งสามคงยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ขึ้นมาแล้ว แต่อย่างไรเสียคนรุ่นหลังหลายคนก็เติบโตขึ้นมาก
นี่ก็ไม่นับว่าเป็นการขายหน้าอะไร คนคนหนึ่งไม่สามารถเป็นหนึ่งในใต้หล้าได้ชั่วชีวิต มีการแก่ตัวลงทุกวัน ในหมู่คนรุ่นหลังก็ปรากฏบุคคลที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าออกมามากมาย นี่ล้วนเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
ที่กูตู๋อ๋างพูดถึงชางหลาง เย่เทียนเฉินเองก็เข้าใจ เพราะตนเองกับชางหลางเคยติดต่อกันมาก่อน กูตู๋อ๋างก็ควรจะเคยได้ยินมา ส่วนที่พูดฐานะของตัวเขาเองออกมานั้น ความหมายก็ชัดเจนมาก ก็คือ เตือนเย่เทียนเฉินว่าไม่ให้ต่อต้านและอย่าได้ทำเป็นเล่น
“โทษที ตอนนี้ผมง่วงมาก ไม่อยากไปกับพวกคุณหรอก รอผมหลับสักตื่นคุณค่อยมาใหม่แล้วกัน แล้วเจอกัน!” เย่เทียนเฉินพูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ เขาไม่ยอมไปกับพวกกูตู๋อ๋าง เพราะเขารู้ว่าการทำแบบนั้นแม่และน้องจะเป็นห่วงแล