ุการณ์ที่ฉีชางเซิ่งไปบ้านเดิมตระกูลเย่เพื่อขอถอนหมั้นด้วยตัวเอง
ตอนนี้ เย่เทียนเฉินทำให้ฉีหรูไห่เปลี่ยนมุมมองจริงๆ ไม่ว่าจะมีผลร้ายอะไรก็ตาม เจ้าหนุ่มคนนี้ก็ยังกล้าลงมือ กล้าบุกตระกูลฉิน ความกล้าหาญเช่นนี้ล้วนทำให้ผู้คนต่างรู้สึกนับถือ
“แก…แกจะทำอะไร?” ฉินเหิงเลือดท่วมหัว เจ็บจนเจียนตาย เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินมาหาตนเองก็ตกใจสติแจ่มชัดขึ้นมากว่าครึ่ง ขยับก้นถอยหลังพลางเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ทำอะไรหรอก โลงศะหลังนี้มันว่าง ยังไงแกก็เข้าไปนอนสักหน่อย จะได้ใช้ประโยชน์ของมันบ้างดีไหม?” เย่เทียนเฉินพูดกับฉินเหิงด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ ไม่ สะ…สหายเย่ พี่เย่ ผม ผมผิดไปแล้ว ผมไม่กล้าหาเรื่องคุณแล้ว คุณปล่อยผมไปเถอะ…”
ฉินเหิงตกใจจนโง่งมไปแล้ว เขารู้ดีว่าเย่เทียนเฉินเป็นพวกพูดจริงทำจริง จะต้องโยนเขาเข้าไปในโลงศพแน่นอน ตนเองยังมีชีวิตอยู่ สามารถจินตนาการเหตุการณ์นั้นได้เลย ยามเมื่อคุณยังเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ และมีคนต้องการยัดคุณเข้าไปในโลงศพสีดำทั้งโลงที่เป็นสิ่งนำพาโชคร้าย นั่นจะเป็นสถานการณ์แบบไหนกัน? เพียงแค่คิดก้ทำให้ผู้คนต้องชาวาบไปถึงหัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องถูกใส่เข้าไปเลย
“สายไปแล้ว ฉันพูดคำไหนคำนั้นมาตลอด ต่อให้ในเป็นฝันก็พูดคำไหนคำนั้น” ตอนที่เย่เทียนเฉินเอ่ย ก็คว้าเข้าที่ไหล่ของฉินเหิง หิ้วเขาขึ้นมาราวกับหิ้วไก่ตัวหนึ่ง เดินมุ่งไปยังโลงศพสีดำหลังใหญ่ทีละก้าวทีละก้าว
“อย่า สหายเย่