ิงๆ
“บายบาย อย่าตามฉันมาล่ะ ฉันไม่ชอบอยู่กับคนน่าเกลียด!”
พูดจบ เย่เทียนเฉินก็เดินจากไปโดยไม่กลับมาอีก ฉีหรูเสวี่ยโกรธจนกระทืบเท้า กำหมัดขาวๆ แน่น คนคนนี้ไร้อีคิวสิ้นดี ทำให้ผู้คนโกรธแทบตายจริงๆ
ฉีชางเซิ่งเห็นเงาหลังของเย่เทียนเฉินจากไป ก็อดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาไม่ได้ จากนนั้นจึงถามฉีหรูไห่ผู้เป็นพ่อด้วยเสียงเบาว่า “พ่อครับ ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี?”
“ไปเถอะ การหมั้นของหรูเสวี่ยกับฉินเฉิงก็จบลงแค่นี้แล้ว” ฉีหรูไห่เองก็มองเงาหลังของเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“รู้แล้วครับ!” ฉีชางเซิ่งพยักหน้ากล่าว
“จริงสิ ปัญญาเรื่องความรู้สึกของหรูเสวี่ย พวกเราก็อย่าไปยุ่งอีก หากว่าเธอสามารถอยู่กับเย่เทียนเฉินได้จริงๆ บางทีคงไม่เลวนัก…” ฉีหรูไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินคำพูดของฉีหรูไห่ผู้เป็นพ่อ ฉีชางเซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป เขาไม่คิดเลยว่าฉีหรูไห่จะถึงกับเปลี่ยนความคิด ต้องทราบว่าฉีชางเซิ่งเข้าใจฉีหรูไห่ผู้เป็นพ่ออย่างมาก ปกติเรื่องที่เขาตัดสินใจแล้วจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ก็เหมือนกับครั้งนี้ที่ฉีหรูไห่ตัดสินใจยกเลิกการหมั้นกับตระกูลเย่ แล้วมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลฉิน แม้ว่าบางครั้งฉีชางเซิ่งจะเจ็บปวดใจแทนลูกสาว และเคยเลียบๆ เคียงๆ ให้พ่อเปลี่ยนใจ แต่ก็ไมเคยได้ผล
ดูแล้วฉีหรูไห่ผู้เป็นพ่อจะมองเย่เทียนเฉินในแง่ดีเข้าแล้วจริงๆ เย่เทียนเฉินปรากฏตัวที่คฤหาสน์ตระกูลฉินอย่างมีสีสันเช่นนี้ เกรงว่า