ย่เทียนเฉินมาเป็นลูกน้อง เพียงแต่ตอนนี้ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเขาย่อมต้องปกป้องหลานของตน เดิมทีในเมืองหลวง ฉินอี้ก็เลื่องชื่อเรื่องปกป้องพรรคพวกอยู่แล้ว เย่เทียนเฉินกล้าบุกมาที่ตระกูลฉิน แถมยังแบกโลงศพมาด้วย ทำให้ฉินอี้ตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่าเย่เทียนเฉินซะ ใครก็ปกป้องเขาไม่ได้แล้ว ต่อให้เย่หย่วนซานปู่ของเย่เทียนเฉินมาเองกับตัวก็มิอาจห้ามได้
“ไอ้แก่ แกต้องการปกป้องคนของแกก็พูดมาตรงๆ อย่ามาพูดจาอ้อมโลก ฉันไม่สนใจเล่นเป็นเพื่อนแกหรอกนะ” เย่เทียนเฉินมองฉินอี้อย่างไม่สบอารมณ์แวบหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น
เมื่อคำพูดนี้พูดออกมา ฉินอี้ ฉินเทาหยวนและฉินเหิง ทั้งสามต่างก็โกรธจนแทบกระอักเลือด ส่วนฉีหรูไห่และฉีชางเซิ่งแห่งตระกูลฉีก็ตกตะลึงจนต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบ พวกเขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยินเลยจริงๆ เย่เทียนเฉินเปิดปากมาด่าฉินอี้ว่า “ไอ้แก่” หากสองคำนี้แพร่ออกไป เกรงว่าจะต้องฮือฮากันทั่วทั้งแผ่นดินจีน
ตำแหน่งฐานะของฉินอี้เทียบเคียงได้กับหยางอี้ที่เป็นระดับหัวหน้าใหญ่ เพียงแต่ไม่ได้มีอำนาจเท่าหยางอี้ก็เท่านั้น แต่ว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ระดับอันสูงส่งของเขาก็ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมจะมาแตะต้องได้ มีประโยคหนึ่งที่ฉินอี้พูดได้โดยไม่เกินจริงเลย นั่นก็คือ ต่อให้เย่หย่วนซานปู่ของเย่เทียนเฉินอยู่ที่นี่ ก็ต้องเกรงอกเกรงใจเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเย่เทียนเฉิน
ไหนเลยจะรู้ว่า เย่เทียนเฉินไม่สนใจโดยสิ้นเชิง บิดาไม