ยียดหยามตระกูลฉินอย่างหนึ่ง ฉินอี้ยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน หากไม่ฆ่าเย่เทียนเฉิน เกรงว่าตระกูลฉินของตนจะต้องกลายเป็นเรื่องขบขันที่สุดในเมืองหลวงแล้ว
เพียงแต่น่าเสียดาย เสียงตะโกนของฉินอี้ไม่อาจเรียกคนมาได้ ยอดบอดี้การ์ดถือปืนทั้งยี่สิบกว่าคนนี้นับเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลฉินแล้ว ตอนนี้ถูกเย่เทียนเฉินเตะจนหมอบอยู่กับพื้นลุกไม่ขึ้น ไหนเลยจะมีแรงต่อสู้อยู่อีก ทำได้เพียงกุมส่วนที่เจ็บปวดและกรีดร้อง
เย่เทียนเฉินไม่สนใจไอ้แก่หัวยุ่งคนนี้อีกต่อไป เขาเดินไปยังฉีหรูเสวี่ยที่อยู่บนเวทีสำหรับพีธีหมั้น ตอนนี้ฉีหรูเสวี่ยน้ำตาไหลเต็มหน้าไปนานแล้ว จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า ความเพ้อฝันในใจของเธอจะเป็นจริง เย่เทียนเฉินมาแล้วจริงๆ
ที่ผ่านมาถูกคนในครอบครัวบีบบังคับให้แต่งกับคนที่ตนเองไม่ชอบ ต้องแต่งกับไอ้สวะฉินเหิงคนนี้ ในใจของฉีหรูเสวี่ยรู้สึกอยุติธรรมและเจ็บปวดอย่างยิ่ง เดิมทีคิดว่าชะตาชีวิตของตนเองใกล้จะถูกทำพังทลายไปแล้ว แต่ไม่คิดเลยวาการปรากฏตัวของเย่เทียนเฉินจะเปลี่ยนมันไป ดังนั้นความรู้สึกอยุติธรรมและความเจ็บปวดต่างก็ระเบิดออกมา ฉีหรูเสวี่ยร้องไห้ราวกับเด็กน้อย
“แกยังไม่ไสหัวไปอีก อยากเข้ามานอนในโลงรึไง?” เย่เทียนเฉินมองฉินเหิงอย่างเย็นชาแล้วกล่าวถาม
ฉินเหิงตกใจจนชะงักไป เขาเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เทียนเฉินได้ที่ไหนกัน ที่ตอนนี้ยังพอมีความมั่นใจอยู่บ้างก็เพราะเขาจ้างยอดฝีมือไว้คนหนึ่ง