ดีมาก ตอนนี้ฉันอยากให้มันปรากฏตัวมากขึ้นไปทุกทีแล้ว ฉันจะฆ่ามันกับมือต่อหน้าเธอ แบบนี้ตื่นเต้นพอรึเปล่า?” ฉินเหิงพูดกับฉีหรูเสวี่ย แล้วหัวเราะเสียงเย็น
“แก…ไอ้หมาบ้า แกมันไอ้หมาบ้าตัวหนึ่ง…” ฉีหรูเสวี่ยด่าออกไปอย่างดุดัน
“ถูกต้อง ฉันเป็นไอ้หมาบ้า ฉันฉินเหิงคนนี้เป็นไอ้หมาบ้าตัวหนึ่งที่ใครก็หาเรื่องไม่ได้ เย่เทียนเฉินกล้ามาหาเรื่องฉัน ฉันก็จะกัดมันให้ตาย!” ฉินเหิงถูกเย่เทียนเฉินอัดจนโง่งมไปแล้วโดยสิ้นเชิง คิดแค่เพียงต้องการจะแก้แค้นเท่านั้น
พิธีกรพยายามแก้สถานการณ์บนเวทีไม่หยุดหย่อน แขกรับเชิญด้านล่างเวทีก็รู้สึกวางตัวไม่ถูก โดยเฉพาะคนตระกูลฉินที่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ใครก็คิดไม่ถึงว่าฉีหรูเสวี่ยจะพูดว่าไม่เต็มใจสามคำนี้ออกมา
“ณ เวลานี้ เป็นเวลาที่คุณฉินเหิงและคุณฉีหรูเสวี่ยจะต้องแลกแหวนหมั้นกันแล้ว ผมจะขอถามตามธรรมเนียมอีกสักครั้ง มีใครคัดค้านการหมั้นของพวกเขาไหมครับ?”
“มีไหมครับ? ผมเชื่อว่าคงจะไม่มีแน่นอน คุณฉิงเหิงและคุณฉีหรูเสวี่ยช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกับจริงๆ เป็นคู่ฟ้าประทานโดยแท้ เช่นนั้นต่อไปขอให้พวกเราปรบมือดังๆ ให้พวกเขาทั้งสอง…”
“ผมขอคัดค้าน!”
เสียงของเย่เทียนเฉินดังขึ้น ทุกคนมองไปยังประตูใหญ่ของสวนตระกูลฉินอย่างตกตะลึง เห็นเย่เทียนเฉินแบกโลงศพสีดำหลังหนึ่งไว้บนไหล่ซ้าย บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่มีพิษมีภัย เดินตรงไปยังเวทีแต่งงาน ทำให้คนที่อยู่ ณ ที่นี้ทั