้งหมดตกตะลึงจนคางแทบจะหลุดจากปาก
หลายคนเคยได้ยินชื่อเย่เทียนเฉิน แต่กลับไม่เคยเห็นตัวเย่เทียนเฉิน ต่างก็คิดว่า คนคนนี้เป็นใครกัน? จะเผด็จการเกินไปรึเปล่า พิธีหมั้นของผู้อื่น ไม่เพียงแต่ส่งเสียงคัดค้านออกมา แล้วยังแบกโลงศพมาอีกด้วย ช่างเป็นคราวซวยของตระกูลฉินโดยแท้ ความกล้าหาญน่าครุ่นคิดเช่นนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกหูแปลกตาจริงๆ
“ไอ้…ไอ้หมอนี่เป็นใครน่ะ? แบกโลงศพมา เบื่อชีวิตแล้วรึไง?”
“คิดว่าบ้านตระกูลฉินกลายเป็นสถานที่อะไรไปแล้ว ถึงกับกล้าแบกโลงมา ทั้งยังเป็นในพิธีหมั้นของฉินเหิงกับฉีหรูเสวี่ย คงรอดออกไปไม่ได้แน่”
“ตายแน่ กล้ามาก่อเรื่องที่ตระกูลฉิน สงสัยจะมีชีวิตอยู่นานเกินไปจนเบื่อ ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร…”
“เขา เขาคือเย่เทียนเฉิน คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาจริงๆ”
“อะไรนะ? เขาคือเย่เทียนเฉิน? นี่…”
เมื่อมีผู้รู้พูดชื่อเย่เทียนเฉินออกมา หลายคนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเย่เทียนเฉินจะมาจริงๆ กล้ามาจริงๆ ด้วย ทั้งยังแบกโลงศพหลังหนึ่งมาอย่างเผด็จการ ความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ ช่างทำให้ผู้คนนับถือจนแทบจะก้มกราบเลยทีเดียว
มือขวาล้วงกระเป๋ากางเกง มือซ้ายแบกโลงศพสีดำหลังใหญ่ ใบหน้าของเย่เทียนเฉินประดับด้วยรอยยิ้ม เดินไปยังเวทีสำหรับงานหมั้นด้วยอาการเช่นนี้เอง หลายคนยังไม่อาจตอบสนองกลับมาได้ ตกอยู่ในอาการตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง กระทั่งคนตระกูลฉินทั้งหลายต่างก็อึ้งจนแข็งเป็นห