ิน ไม่กล้าเชื่อเลยว่าจะมีคนกล้าบุกเข้ามาก่อเรื่องในตระกูลฉิน แถมยังแบกโลงศพพาซวยนั่นมาอีก
ฉีหรูเสวี่ยที่ยืนอยู่บนเวทีสำหรับพีธีหมั้นพลันน้ำตาไหลลงมา เธอไม่คิดเลยว่าเย่เทียนเฉินจะมาจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่ามาก่อเรื่องที่นี่จะต้องมีปัญหา จะต้องเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ว่าเขาก็ยังมา มาเพื่อเธอ
ตู้ม!
เย่เทียนเฉินโยนโลงศพสีดำลงบนพื้น ทำให้หลายคนได้สติกลับมา ตอนนี้เย่เทียนเฉินพูดกับฉีหรูเสวี่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ยัยบ๊องเอ๊ย ฉันจะถามเธอแค่ประโยคเดียว แล้วก็สามารถพาเธอไปได้ด้วย ตกลงเธอเต็มใจหมั้นกับฉินเหิงรึเปล่า?”
ประโยคเดียวที่เรียบง่ายและตรงประเด็น ทั้งเผด็จการทั้งธรรมดา แต่กลับทำให้ในใจของใครหลายคนต้องสั่นประสาท เย่เทียนเฉิน ลูกหลานตระกูลเย่คนนี้ ช่างห้าวหาญเหลือเกิน คนที่นั่งอยู่บริเวณที่นั่งของแขกรับเชิญเหล่านี้ ล้วนเห็นหมดแล้ว เห็นน้ำตาของฉีหรูเสวี่ยแล้ว นั่นช่างน่าซาบซึ้งและชื่นชม แม้ว่าเย่เทียนเฉินจะว่าเธอว่าเป็นยัยบ๊อง แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกหวานช่ำ ทั้งสองต่างก็ป่วนประสาทกันมาตลอด ทนเห็นกันไม่ได้ ดูเหมือนว่าวันๆ ล้วนแต่ทะเลาะกัน แต่เมื่อถึงเวลาสำคัญที่สุดเช่นนี้ คนที่มาช่วยตนเองออกจากกองไฟ ไม่ใช่คุณชายที่เอาแต่พูดว่ารักเธอเหล่านั้น และไม่ใช่พวกทายาทเศรษฐีพวกนั้น กลับเป็นชายคนนี้ที่ทะเลาะกับเธอมาตลอด ชายผู้เปรียบดั่งคู่กัด เขามาแล้ว มาพาเธอไป มิตรภาพเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องพูดก็สัมผัสได้
“