งเป็นผู้อาวุโสตระกูลฉี ฉีชางเซิ่งพ่อของฉีหรูเสวี่ย และฉีย่ากวงพี่ชายของเธอ ทุกคนมาถึงกันนานแล้ว ตอนนี้กำลังพูดคุยกับเหล่าบุคคลสำคัญอย่างยินดี พวกเขาลืมไปแล้ว ลืมฉีหรูเสวี่ยที่กำลังร้องไห้และเจ็บปวดใจไปแล้ว เอาแต่ดีใจไม่หยุดกับการที่อำนาจอิทธพลของตระกูลฉีสามารถยกระดับขึ้นไปได้อีกขั้น
“สวัสดีครับทุกท่าน ขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่า มาร่วมพิธีหมั้นหมายระหว่างคุณชายฉินเหิงและคุณหนูฉีหรูเสวี่ย ตอนนี้ผมขอเป็นตัวแทนตระกูลฉินกล่าวอวยพร ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จและสมปราถนาทุกประการ!”
แม้ว่าคำพูดของพิธีกรจะล้าสมัย แต่ก็ยังคงใช้ได้ดี เดิมทีคนเหล่านี้ที่มาร่วมพิธีหมั้นหมายของฉินเหิงและฉีหรูเสวี่ยในครั้งนี้ มีเพียงไม่กี่คนที่มาเพื่อดูพิธีหมั้น กล่าวให้ชัดเจนก็คือ มาเพราะปัจจัยสองอย่าง หนึ่ง ถ้าไม่มาก็แสดงว่าล่วงเกินตระกูลฉิน จึงไม่มาไม่มา สอง คนที่มาส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีหน้ามีตาทั้งในและต่างประเทศ ถ้ามาก็ได้ทำความรู้จักคนในแวดวงสังคม มีประโยชน์และคุ้มค่าเป็นอย่างมาก
“ลำดับต่อไปพวกเราขอเชิญผู้อาวุโสตระกูลฉิน ท่านฉินอี้ มากล่าวปราศรัย ทุกท่านโปรดต้อนรับ!”
หลังจากเสียงปรบมือดั่งกระหึ่มหยุดลง ฉินอี้เดินขึ้นมาบนเวที หยิบไมโครโฟนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมพิธีหมั้นของฉินเหิงหลานชายของผม ขอบคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนตระกูลฉิน หากมีส่วนไหนที่รับรองได้ไม่ดีก็ขออภัยด้วยนะครับ!”
ฉินอ