ี้กล่าวปราศรัยง่ายๆ ไม่กี่ประโยค เขาเป็นหัวหน้าตระกูลฉิน มีตำแหน่งที่สำคัญในประเทศ กล่าวได้ว่าที่คนเหล่านี้มาก็เพราะเห็นแก่หน้าเขา อาศัยแค่ฉินเทาหยวนและฉินเหิง ต่อให้เป็นงานแต่งงานก็เกรงว่าจะเชิญคนพวกนี้มาไม่ได้
“ผมขอประกาศว่า พิธีหมั้นของคุณฉินเหิงและคุณฉีหรูเสวี่ย เริ่มขึ้น ณ บัดนี้!” พิธีกรพูดเสียงดัง
ทุกคนต่างนั่งอยู่บนที่นั่งด้านล่าง มองฉินเหิงและฉีหรูเสวี่ยเดินขึ้นเวที ฉีหรูเสวี่ยสวมชุดเจ้าสาวอันงดงาม ทั้งยังไร้การแต่งแต้มใดๆ แต่ก็ไม่อาจซ่อนเอกลักษณ์อันงดงามตรึงใจผู้คนได้ หลายคนเห็นก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง และมีหลายคนที่แอบรู้สึกเสียดาย สาวงามเลิศล้ำคนหนึ่ง ต้องมาหมั้นกับเศษสวะอย่างฉินเหิง สวรรค์ช่างไม่มีตาเลยจริงๆ
กระทั่งมีหลายคนคิดว่า หากฉีหรูเสวี่ยหมั้นกับเย่เทียนเฉินคงจะดีกว่ารึเปล่า? ดีกว่าต้องแต่งให้เศษสวะอย่างฉินเหิงเสียอีก!
“ตอนนี้ผมจะขอถามตามพิธีหน่อยนะครับ คุณฉินเหิง คุณเต็มใจที่จะแต่งคุณฉีหรูเสวี่ยเป็นภรรยาหรือไม่?” พิธีกรถามยิ้มๆ
“ผมเต็มใจ!” ฉินเหิงยิ้มเย็นชา มองไปยังฉีหรูเสวี่ยแล้วเอ่ยตอบ
“เช่นนั้นคุณฉีหรูเสวี่ย คุณเต็มใจที่จะแต่งให้กับคุณฉินเหิงหรือไม่?” พิธีกรถามต่อไปด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เต็มใจ!” ฉีหรูเสวี่ยเอ่ยอย่างเย็นชา
พิธีกรพลันชะงักค้างทำตัวไม่ถูก ส่วนเหล่าแขกรับเชิญที่มาก็ส่งเสียงฮือฮา เดิมทีนี่เป็นพิธีหมั้นหมาย ไม่ควรจะถามเหมือนพิธีแต่งงาน แต