ีกฝ่าย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ปรากฏอยู่ในหัวของเย่เทียนเฉินไม่ขาดสาย
“ยัยบ๊องเอ๊ย ไม่มีความสามารถแล้วยังจะมาไล่ตามความสุขอะไรนั่นของตัวเองอีก เห้อ…” เย่เทียนเฉินเอ่ยแล้วทอดถอนใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เทียนเฉินมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว เขาหิ้วกระเป๋าเป้ของตน เปิดประตูออกด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเรื่องของฉีหรูเสวี่ยจะทำให้เขารู้สึกรำคาญใจอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เจอหน้าแม่และน้องสาตั้งหลายวัน จึงรู้สึกคิดถึงอยู่ในใจ
“แม่ น้อง ผมกลับมาแล้ว!” เย่เทียนเฉินตะโกน
เย่เทียนเฉินเดินเข้าประตูบ้านถึงได้พบว่าในคฤหาสน์ไม่มีคน ไม่รู้ว่าน้องและแม่ไปไหน วันนี้เป็นวันเสาร์ อาจจะออกไปช้อปปิ้งก็เป็นได้ เย่เทียนเฉินโยนกระเป๋าเป้ไว้บนโซฟา หยิบโคล่ากระเป๋าหนึ่งออกมาจากตู้เย็น ดื่มอึกๆ อักๆ เข้าไปหลายคำ แล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาแม่
“ฮัลโหล แม่อยู่ไหนกันครับ? ผมกลับมาแล้ว!” เมื่อต่อสายติดเย่เทียนเฉินก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แม่กับน้องสาวลูกกำลังช้อปปิ้งกันอยู่ อีกเดี๋ยวก็จะกลับแล้ว ถ้าลูกหิว ในตู้เย็นชั้นล่างสุดมีของกินอยู่ ลูกจัดการเองเลยนะ!”
เมื่อวางสายไป เย่เทียนเฉินก็หิวนิดหน่อยจริงๆ ตู้เย็นบ้านเขามีสามชั้น แม่บอกว่าของกินอยู่ชั้นล่างสุด น่าจะเป็นช่องแช่แข็ง จึงดึงช่องแช่แข็งออกมาดู เห็นว่าด้านในมีกุ้งมังกรตัวใหญ่ตัวหนึ่งแช่แข็งอยู่ ซึ่งยังไม่ถูกใครกินไปเลยสักนิด ราวกับอยู่ข้างล่างมาโดยตลอด
เย่เทียนเฉินหยิบกุ้งมังกรออ