งเช่นนี้ได้ ดังนั้นเย่เทียนเฉินค่อนข้างที่จะนับถือความกล้าหาญของฉีหรูเสวี่ยในระดับหนึ่ง
“ไอ้หนูไม่อยากสู้กับฉันเหรอ? พวกเราไปสนามฝึกกันตอนนี้เลยเป็นไง? คนอย่างฉันคำไหนคำนั้น” ชางหลางเอ่ย มองไปยังเย่เทียนเฉิน
“ไม่ว่าง ผมยุ่งมาก คุณไปเล่นคนเดียวเถอะ ผมกลับบ้านก่อนล่ะ!” เย่เทียนเฉินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
ชางหลางได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป เขารู้ว่าคนคนนี้อยากจะสู้กับตนมาตลอด แล้วครั้งนี้ชางหลางเองก็จริงจังมาก ตัดสินใจแล้วว่าจะลงมือสั่งสอนเย่เทียนเฉินสักหน่อย ที่ไหนได้ไอ้หนูนี่กลับไม่สนใจ ทำให้ชางหลางรู้สึกสงสัยจริงๆ
“กลับบ้าน งั้นการต่อสู้ของพวกเราจะต้องรอถึงเมื่อไร? หรือว่านายกลัวแพ้?” ชางหลางจงใจพูดจายั่วยุเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินมองชางหลาง สรุปก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ในใจของตนรู้สึกไม่ดี คิดเพียงอยากจะกลับบ้านเร็วๆ ไม่มีความปราถนาที่จะสู้กับชางหลางเลย
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินหิ้วกระเป๋าเป้เดินมุ่งหน้าตรงไป ชางหลางกอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไอ้หนูนี่กินยากินยาผิดมารึไง? ไม่นึกเลยว่าจะไม่อยากสู้กับฉันแล้ว?”
เย่เทียนเฉินโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งที่ด้านนอก แล้วตรงกลับบ้าน หาวออกมาครั้งหนึ่ง นั่งสูบบุหรี่อยู่บนที่นั่งของรถแท็กซี่ ในหัวปรากฏภาพของฉีหรูเสวี่ย ตั้งแต่ที่ได้พบกับผู้หญิงคนนี้จนถึงตอนที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านของตนและสร้างวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ทั้งสองไม่ถูกกัน ไม่คุ้นเคยกับอ