น้าทันที เธอพูดแล้วหัวเราะฮี่ๆ
เย่เทียนเฉินยืนขึ้น บิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง มือซ้ายหยิบกำไลข้อมือเลี่ยมเพชรคู่หนึ่งไว้ในมือ มือขวาเคาะศีรษะเย่เชี่ยนเหวินเบาๆแล้วพูดว่า “ไปไกลๆ เลยยัยเด็กเห็นแก่เงิน ว่าแต่แม่อยู่ไหน?”
“พี่ยังจะถามอีกนะ กินข้าวเสร็จแล้วจานก็ไม่ล้าง แม่กำลังล้างจานอยู่ในครัว” เย่เชี่ยนเหวินทำปากยู่แล้วเอ่ยขึ้น
เย่เทียนเฉินหยิบกำไลข้อมือเลี่ยมเพชรเดินเข้าไปในครัว เห็นหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่กำลังล้างจานอยู่ เย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆ แล้วพูดว่า “แม่ครับ ดูสิครับว่าคราวนี้ลูกซื้ออะไรกลับมาให้แม่?””
หลัวเยี่ยนเห็นกำไลเพชรในมือลูกชายก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพียงแต่เธอมีเรื่องในใจ คิดอยู่ตลอดว่าควรจะทำอย่างไรดี ตกลงว่าควรจะบอกลูกชายเช่นนี้หรือไม่
“แม่ครับ แม่เป็นอะไร? มีเรื่องไม่สบายใจเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยยิ้มๆ
“ใช่แล้ว ลูก เรื่องการหมั้นของหรูเสวี่ยกับฉินเหิงลูกได้ข่าวรึยัง?” หลัวเยี่ยนมองเย่เทียนเฉิน แล้วจึงเปิดปากถาม
“ครับ ได้ยินมาแล้วครับ เธอหมั้นกับฉินเหิงก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ตระกูลฉินมีอำนาจอิทธิพลยิ่งใหญ่ หากเกี่ยวดองกับตระกูลไฉีอย่างแน่นแฟ้นได้ก็ไม่เลวเลยนะครับ!” เย่เทียนเฉินเปิดปากพูด
“ลูก ลูกก็รู้ว่าหรูเสวี่ยไม่อยากแต่งให้กับฉินเหิง เธอไม่ได้ชอบฉินเหิง แม่รู้ว่าเรื่องนี้แม่ไม่ควรพูดอะไรมาก แต่ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แม่คิดว่าหรูเสวี่ยเธอน่าสงสาร ผู้หญิงที่ดีขนาดน