้จะทำเป็นเล่นมากไปแล้ว ไม่ให้ความสำคัญต่อการไปพบท่านหยางเลยสักนิด ชางหลางอดกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง จึงได้ลงมือเพื่อต้องการสั่งสอนเย่เทียนเฉิน
ตู้ม!
เย่เทียนเฉินไม่ได้เอี้ยวตัวหลบ เขาอยากจะสู้กับชางหลางมานานแล้ว จึงได้ต่อยออกไปปะทะหมัดหนึ่ง ทั้งสองถอยหลังกันไปคนละสามก้าว มองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ
คนหนึ่งคือผู้มีพลังพิเศษระดับพระเจ้าจากช่วงสิ้นโลกมาเกิดใหม่ ซึ่งขอบเขตพลังพิเศษในตอนนี้ได้ไปถึงระดับจอมราชันแล้ว อีกคนหนึ่งก็เป็นหนึ่งในสามราชันนักรบแห่งประเทศจีน หลายปีมาแล้วที่ไม่มีใครควรค่าแก่การลงมือของเขา ครั้งนี้ชางหลางรับไม่ได้แล้วจริงๆ และอยากจะจับตัวเย่เทียนเฉินไปพบหยางอี้ให้ได้ มิฉะนั้นคงยังไม่ลงมือ ซึ่งสาเหตุที่เขาไม่ลงมือมีอย่างน้อยสองข้อ ข้อแรก ไม่มีคนที่ควรค่าให้เขาลงมือ ไม่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรในการลงมือ ข้อที่สอง ชางหลางได้เข้าเป็นคณะกรรมาธิการทหารนานแล้ว หากยังลงมืออีกก็ไม่เหมาะสมกับฐานะของเขา
สิ่งที่ทำให้ชางหลางคิดไม่ถึงก็คือ ตนเองต่อยออกไปหมัดหนึ่ง เย่เทียนเฉินถึงกับไม่หลบแถมยังต่อยหมัดมาปะทะกับหมัดของตนเอง จนทั้งคู่ถูกแรงกระแทกกระเด็นออกไป จากการคาดการณ์ของชางหลาง ตนเองปล่อยหมัดออกไป ต่อให้เย่เทียนเฉินหลบได้ก็คงไม่กล้าปะทะกับตน หรือหากว่ากล้าปะทะ มือของเขาจะต้องหักอย่างแน่นอน
ไม่ใช่ว่าชางหลางจะอวดดี ยอดฝีมือที่มาถึงระดับเช่นเขา โดยปกติย่อมไม่