ียนเฉินก็ยังสามารถหาความสุขได้ มีชางหลางผู้เป็นหนึ่งในสามราชันนักรบของจีนมาขับรถให้เขา แล้วยังกินขนมปังดื่มโคล่าในรถอีก ถ้าไม่ใช่เพราะท่านหยางพูดเองกับปากว่าอยากจะพบเย่เทียนเฉิน ชางหลางจะมารับเจ้าหมอนี่ได้อย่างไรกัน
“ฉันขอเตือนนายไว้ก่อน อีกสักครู่พอพบท่านหยาง ก็ทำตัวดีๆ ให้ฉันสักหน่อย อย่าทำเป็นเล่นไป” ชางหลางพูด มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างจริงจัง
“นี่มันเรื่องของผม ก่อนหน้านี้คุณก็ทำหน้าที่ขับรถของคุณไปดีๆ ส่วนหลังจากนี้ก็แสดงพลังในการต่อสู้ของคุณมาสู้กับผมให้เต็มที่ ให้ผมได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะว่า หนึ่งในสามนักรบราชันแห่งประเทศจีนจะแน่สักแค่ไหน!” เย่เทียนเฉินพูดพลางมองชางหลางอย่างไม่ใส่ใจนัก
“กลัวก็แต่ว่าไอ้หนูอย่างนายจะเปิดหูเปิดตาไม่ไหว เพิ่งกลับประเทศก็ถูกอัดเละเป็นโจ๊ก กลับไปหาพ่อแม่แบบนี้คงไม่ค่อยดีหรอกมั้ง?” ชางหลางพูดด้วยรอยยิ้มโหดเหี้ยม
“กลัวอะไร อย่าพูดเรื่องถูกอัดเละโจ๊กเลย ต่อให้พี่ชายเละเป็นโจ๊ก ก็หล่อกว่าคุณอยู่ดี!” เย่เทียนเฉินกล่าว มองชางหลางอย่างเอือมระอา
ความจริงแล้วชางหลางไม่ใช่คนพูดมาก ตอนที่อยู่ในกองทัพและตอนทำงานจะเคร่งครึมจริงจังเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นตอนที่ใช้ชีวิตตามปกติก็พูดจาน้อยมาก เพียงแต่เย่เทียนเฉินทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ ตอนที่อยู่ในกองทัพ เถี่ยฉุยบอกว่าคนคนนี้แข็งแกร่งมาก หานเจี๋ยก็บอกว่าเย่เทียนเฉินคนเดียวฆ่าล้างสมาชิกระดับหัวกะทิทั้งหมดของกลุ่มท