ติเฮลิคอปเตอร์สำหรับบินข้ามชาติมันยากขนาดไหน?” ชางหลางตะโกน เขาโกรธจนอยากจะอัดเย่เทียนเฉินแรงๆ สักยก
“งั้นคุณก็ให้บินกลับไปเถอะ ผมเที่ยวอีกสักหลายวันเดี๋ยวก็กลับไปเอง” เย่เทียนเฉิพูดอย่างไม่พอใจ
“นาย…”
“เย่เทียนเฉิน ฉันขอสั่งให้นายกลับประเทศมาเดี๋ยวนี้” คราวนี้ โทรศัพท์อีกฝากหนึ่งมีเสียงของผู้สูงวัยที่ฟังดูน่าเกรงขามคนหนึ่งดังออกมา
“หา คุณเป็นใคร อารมณ์เสียรึไง?” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
“ฉันคือหยางอี้ นายรีบกลับประเทศมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” หยางอี้แย่งโทรศัพท์จากชางหลางแล้วพูดขึ้นเสียงดัง
“โอเค โอเค พวกคุณนี่วุ่นวายจริงๆ ผมไปซื้อของฝากสักหน่อยก็กลับแล้ว ให้เฮลิคอปเตอร์รอไปก่อน”
วางโทรศัพท์ไปแล้ว ในใจของเย่เทียนเฉินก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ชื่อหยางอี้นี้ คล้ายว่าจะเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้จากในโทรทัศน์ รู้สึกว่าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งทางราชการใหญ่โตมาก ทั้งยังเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ไว้หน้าเขาสักหน่อยก็แล้วกัน!
หากว่าหยางอี้รู้ถึงความคิดในใจของเย่เทียนเฉิน จะต้องโกรธจนเดือดพล่านแน่ๆ ตนเองเป็นคนใหญ่คนโตในคณะกรรมาธิการทหาร เดิมทีออกคำสั่งกับเย่เทียนเฉินโดยตรงว่าให้กลับประเทศ คนคนนี้กลับคิดไว้หน้าเขาในใจ มิฉะนั้นก็ยังไม่กลับ ช่างทำให้ผู้คนสิ้นไร้คำพูดจริงๆ
“ไอ้หนูเย่เทียนเฉินนี่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย!” หยางอี้พูด มองชางหลางอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“หัวหน้า คุณอ