องก็ยังมิอาจประคองโล่พลังได้อีกต่อไป หอบหายใจอย่างรุนแรง เพื่อที่จะรับมือกับเครื่องบินทหารสี่ลำที่พกจรวดนำวิถีมาด้วย เย่เทียนเฉินจึงต้องใช้ธนูสายฟ้าที่เกินระดับตัวเอง พลังพิเศษในร่างกายที่สูญเสียไปจึงค่อนข้างมาก
เย่เทียนเฉินกลับมายังตำแหน่งที่นั่งสำหรับผู้ช่วยนักบินในเฮลิคอปเตอร์ หลิวอวี่มองเขาราวกับมองสัตว์ประหลาด ไม่เพียงแค่หลิวอวี่ กระทั่งหย่งชุนไท่ หลิ่วหรูเหมย เฟยอวิ๋นและเจียงเหมิง ทั้งสี่คนต่างก็มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
คนคนเดียวเผชิญหน้ากับเครื่องบินทหารที่ติดตั้งอาวุที่มีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูงทั้งสี่ลำ ไม่คิดว่าในเวลาเพียงสั้นๆ ขนาดนี้จะสามารถระเบิดไปได้สามลำ หากไม่ใช่ว่าเห็นกับตา พูดออกมาก็คงไม่มีใครเชื่อ นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“รีบไปกันเถอะ ไปจากที่นี่ ผมไม่ไปกับพวกคุณแล้ว!” เย่เทียนเฉินมองพวกหลิวอวี่พลางกล่าว
“นาย…นายต้องการจะไปไหน?” หลิวอวี่ได้สติกลับมาก็กลาวถามออกไปด้วยความประหลาดใจ
“ใช่แล้ว ตอนนี้ทั่วทั้งวอชิงตันถูกปิดหมดแล้ว นี่เป็นโอกาสเดียวที่พวกเราจะจากไปได้ ถ้ายังไม่ไปอีกก็ไม่ทันแล้ว นายยังคิดจะทำอะไรอีก?” หลิ่วหรูเหมยกล่าวด้วยท่าทางร้อนใจ
“พวกเธอไปกันก่อนเถอะ ฉันยังมีธุระนิดหน่อยต้องทำ!” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยกยิ้มชั่วร้าย
“นายนี่นะ จะยั่วโมโหให้ตายเลยใช่ไหม? อันตรายขนาดนี้ ยังจะไปทำธุระอะไรอีก ไปด้วยกันซะ ฉันขอสั่งนาย!” หลิ่วหรูเหมยรี