ิดปากกล่าว
“สหายเย่ ถ้าหากแดม่อนโกสต์กับชาโดว์หนีไปได้ อาจจะมีเรื่องยุ่งยากตามมามาก” ทัศนคติในใจของหลิวอวี่ที่มีต่อเย่เทียนเฉินเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นคำเรียกก็ไม่เหมือนเดิม เขารู้ว่าบางทีเมื่อก่อนตนอาจจะเข้าใจเย่เทียนเฉินผิดไป คนหนุ่มที่มีฝีมือแข็งแกร่งอย่างมากคนนี้ ไม่เพียงแต่ไม่มีความยโสเลยแม้แต่น้อย กลับมีคุณธรรมน้ำใจเป็นอย่างมา
“ผมรู้ครับ ดังนั้นผมต้องตามไปโจมตี แล้วก็ถือโอกาสทำลายรังของพวกกลุ่มทหารารับจ้างมารโลหิต พอถึงเวลาพวกคุณก็ไปทำการแลกเปลี่ยนก่อน ผมจะตามไปให้เร็วที่สุด” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางพยักหน้า
เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นมองกันครู่หนึ่ง พวกเขาไม่ใช่คนที่ไม่ฟังเหตุผลอะไร เพียงแต่ตอนเริ่มแรกยังไม่มีความมั่นใจในตัวเย่เทียนเฉินก็เท่านั้น ก็แค่อายุยี่สิบปี ถึงกับมีฝีมืออันเก่งกาจเช่นนี้ รวมกับการเยาะเย้ยถากถางของเย่เทียนเฉินบนเฮลิคอปเตอร์ ทำให้พวกเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ดูแล้วคำพูดเหล่านั้นของเย่เทียนเฉินเตือนสติพวกเขา ศัตรูครั้งนี้แข็งแกร่งมาก ไม่อาจลำพองใจได้ ไม่อาจดูแคลน และไม่อาจคิดไปเองได้
“สหายเย่ เรื่องราวที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วย” เจียงเหมิงกล่าวอย่างจริงใจ
“ฉัน นายถูกพูด หองทัพเหยี่ยวเป็นกองทหารปัจเจกที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ แต่ที่ต่างประเทศยังมีองค์กรที่แข็งแกร่งกว่าอยู่…”
เย่เทียนเฉินมองเจียงเหมิงและฟยอวิ๋น ความจริงแล้วเย่เทียนเฉินค่อนข้างชื่นชมพวกเขาทั้