แกร่งของอีกฝ่าย แข็งแกร่งจนถึงระดับที่ไม่อาจประเมินได้ สามารถใช้คำว่าล้ำลึกเกินหยั่งถึงมาอธิบายได้เท่านั้น
“มาช่วยกันฆ่าเขาก่อน ไม่งั้นพวกเราตายแน่” แซนเบเกอร์ได้สติกลับมา เขาตกใจจนหน้าผากปรากฏเหงื่อนเย็นๆ พลางตะโกนบอกกับสิบปีศาจอีกสามคนที่เหลือ
อีกสามคนที่เหลือแม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคำสั่งของแซนเบเกอร์ แต่ว่าพวกเขาก็มองออกว่าชายวัยรุ่นชาวตะวันออกผู้นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับสามารถฆ่าเพื่อนของตนได้ ทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกอยู่ในใจ ถ้าหากว่าพวกตนบุกเข้าไปสู้กับชายชาวตะวันออกคนนี้เดี่ยวๆ จะมีจุดจบที่การถูกฆ่าตายเช่นกันหรือไม่?
ท้ายที่สุดสิบปีศาจที่เหลืออีกสามคนก็มองหน้ากันครู่หนึ่ง เลิกล้มการล้อมโจมตีหย่งชุนไท่พลันพุ่งเข้าไปยังเย่เทียนเฉินจากสามทิศทางราวสายฟ้าฟาด พวกเขาเตรียมจะร่วมมือกันฆ่าเย่เทียนเฉิน เห็นได้ชัดว่ามองอีกฝ่ายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่มาจากจีนในครั้งนี้
ตอนที่สามคนที่เหลือพุ่งเข้าไปฆ่าเย่เทียนเฉินอย่างเต็มกำลังอยู่นั้น แซนเบเกอร์ก็เลือกหนทางละทิ้งพวกพ้องอีกครั้งหนึ่ง หมุนกายวิ่งไปยังประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิ่วโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แนวป้องกันในใจของเขาได้พังทลายลงแล้ว คิดว่าตนเองไม่ใช่คู่มือของเย่เทียนเฉินโดยสิ้นเชิง หากไม่หนีก็มีเพียงเส้นทางแห่งความตายให้ก้าวเดิน
“ไม่จริงมั้ง แซนเบเกอร์ แกนี่มันไร้น้ำใจขนาดนี้อีกแล้ว ส่งเพื่อนร่วมทีมไปตายแล้วตัวเองหนี?” เย่เทียนเฉิน