เสร็จ เย่เทียนเฉินก็ยกเท้าขวาขึ้น คราวนี้เป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของเขา ความหมายก็ชัดเจนมาก หากว่ายังกล้าไม่ตอบคำถามตามจริง เท้านี้จะกระทืบลงไปที่หัวของเขาจนมีสภาพกลายเป็นดั่งแขนทั้งสอง น่าอนาถเกินทน มันสมองและเลือดสดๆ จะต้องกระจายออกมา
“ถ้ายังไม่พูดอีด ก็ไม่มีโอกาสแล้ว” เย่เทียนเฉินยังคงกล่าวกับผู้มีพลังพิเศษร่างเตี้ยคนนั้นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ ไม่ ผมพูด พูดแล้ว”
ในที่สุดผู้มีพลังพิเศษร่างเตี้ยตัวเล็กก็หวาดกลัว แม้ว่าเขาจะไม่กลัวตาย แต่ก็ไม่อยากให้หัวของตนถูกกระทบจนแตกกระจายดั่งแตงโม แบบนั้นมันจะอนาถเกินไปแล้ว เขาไม่มีวันคิดถึงเลยจริงๆ ว่าชายวัยรุ่นชาวตะวันออกตรงหน้า จะไม่เพียงแต่มีฝีมือแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทั้งยังนิยมิถีแห่งหมัดและเหล็กกล้า คืนนี้นับว่าเจอตอเข้าเสียแล้ว ต้องทุกข์ทนอย่างแสนสาหัส
“นี่สิถึงจะถูกต้อง ปกติแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเหยียบหัวผู้อื่นจนเละหรอกนะ แบบนั้นมันออกจะโหดร้ายไปหน่อย ใช่ไหม?”
เย่เทีนเฉินกล่าวพลางมองไปยังหย่งชุนไท่ที่กำลังหลั่งเลือดสู้รบอยู่ไม่ไกล อดไม่ได้ที่จะนับถือหญิงชราคนนี้ขึ้นมา อายุก็หกสิบกว่าแล้ว ต่อให้เป็นยอดฝีมือจากพรรควรยุทธโบราณก็มีคนที่แข็งแกร่งเช่นเธอน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหัวกะทิทั้งแปดจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิต สิบปีศาจทั้งเจ็ดคน ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้ แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้างแต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไร ไม่ถึงสิบนาทีก็โจมตีจนตายไปแล้วส