“ฉันจะรอแกอยู่ข้างห้องฟิตเนส อย่าลืมเตรียมแว่นตากับผ้าปิดปากซะล่ะ เดี๋ยวจะไม่มีหน้าออกไปเจอผู้คน”
หลิวอวี่หัวเราะเสียงเย็น กล่าวกับเย่เทียนเฉินจบก็เดินออกไปจากห้องโถงด้วยตนเอง เดินมุ่งไปยังบริเวณด้านข้างของห้องฟิตเนสด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ จะอย่างไรเขาก็ไม่คิดว่าเด็กรุ่นหลังที่อายุไม่เกินยี่สิบปีคนหนึ่ง ต่อให้ฝีมือแข็งแกร่งกว่านี้ แล้วจะสามารถแข็งแกร่งแกว่าตนเองได้เชียวหรือ? ต่อให้เย่เทียนเฉินฆ่าร็อคกี้แบร์ ทำให้คนอื่นๆ ตกตะลึง แต่ในสายตาของหลิวอวี่ นั่นเป็นการลอบฆ่าและความโชคดีเท่านั้น
เย่เทียนเฉินรู้ดีว่าเหตุใดหลิวอวี่จึงยั่วยุตน นั่นก็เพราะเขาลำพองใจในตัวเอง คิดว่าตนเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดของคฤหาสน์จระกูลหลิ่ว ทั้งยังเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างสังหาร ถูกยกย่องว่าเป็นยอดฝีมือที่สามารถเป็นราชันนักรบคนที่สี่ของจีนได้ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินไม่ฟังคำสั่ง ปฏิบัติกับเขาอย่างไม่แยแส ก็รู้สึกทนไม่ได้เป็นอย่างมาก อยากจะลงมือสั่งสอนสักหน่อย
เย่เทียนเฉินกัดน่องไก่ไปคำหนึ่ง นำกระดูกไก่ทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร แล้วจึงดื่มเหล้าแดงตรงหน้ารวดเดียวหมดแก้ว เรอออกมาอย่างสบายใจ จากนั้นจึงลุกขึ้น ในปากคาบบุหรี่มวนหนึ่งเดินมุ่งหน้าไปยังด้านข้างของห้องฟิตเนส ในเมื่อหลิวอวี่คนนี้ยั่วยุตน หากไม่ได้ตามต้องการก็ไม่ยอมหยุด เช่นนั้นยังจะมีอะไรต้องพูดอีก สู้กันสักตั้งก็แล้วกัน
เบื้องหน