น ไหนเลยจะรู้ว่า พอเข้าไปในห้องฟิตเนส เจ้าเด็กเย่เทียนเฉินนี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้ามาหาตนเองราวสายฟ้าฟาด สองหมัดโจมตีมาไม่หยุด บีบให้เขาต้องถอยหลัง กระทั่งโอกาสที่จะโจมตีกลับก็ยังไม่มี
ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะต่อยโดนไหล่ของเย่เทียนเฉินอย่างเต็มกำลัง แต่ก็นี่ทำให้ตนเองถูกโจมตีติดๆ กันห้าหมัดจนจมูกเขียวหน้าบวมไปหมด หากไม่สวมแว่นกันแดดและผ้าปิดปากออกไปคงไม่มีหน้าไปพบผู้คน ย่ำแย่เป็นที่สุด
“แม่งเอ๊ย ไอ้เด็กนี่ลงมือหนักจริงๆ” หลิวอวี่คลึงสันจมูกของตนที่เกือบจะหักอยู่ร่อมร่อพลางกล่าวด่า
“พี่หลิว นี่…มันเกิดอะไรขึ้นครับ?” เฟยอวิ๋นเดินออกไปด้วยความตกตะลึง มองไปยังหลิวอวี่พลางกล่าวถาม
หลิวอวี่มองเฟยอวิ๋นครู่หนึ่ง รู้ดีว่าคนคนนี้เองก็อยากจะสั่งสอนเย่เทียนเฉิน จากนั้นจึงส่ายหัวและกล่าวทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวก่อนเดินจากไป
“ไอ้เด็กเย่เทียนเฉินแข็งแกร่งราวสัตว์ประหลาด ฉันขอเตือนพวกนายว่าอย่าไปหาเรื่องเขาจะดีกว่า”
เฟยอวิ๋นยืนมองหลิวอวี่เดินจากไปด้วยความตะลึงงันอยู่ที่เดิม พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ตอนที่อยู่บนเครื่องบิน ตนเองโวยวายว่าจะสั่งสอนเย่เทียนเฉิน ตอนนี้เห็นจุดจบของหลิวอวี่ที่ไปยั่วยุเย่เทียนเฉินแล้วจึงรู้ได้ว่าตนเองช่างคุยโวโอ้อวดเสียเหลือเกิน ทั้งยังประเมินความสามารถของเย่เทียนเฉินต่ำไปมาก ถ้าหากคนที่เข้าไปในห้องฟิตเนสคือเขาเองล่ะก็ เกรงว่าจะต้องคลานออกมาสิไม่ว่า
“ไปเถอะ ภารกิจของพวกเราค