ือคุ้มครองคุณหนูหลิ่ว ส่วนเย่เทียนเฉินคงต้องให้หัวหน้าลงมือด้วยตัวเอง” เจียงเหมิงกล่าวพลางตบบ่าเฟยอวิ๋น
เฟยอวิ๋นทำได้เพียงพยักหน้า เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียนเฉินโดยเด็ดขาด คำพูดที่พูดบนเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นล้วนแต่โอหังอวดดี หากว่าตอนนั้นเย่เทียนเฉินลงมือกับตน คงเละเป็นโจ๊กไปแล้ว
ตอนที่เย่เทียนเฉินตื่นฟ้าก็มืดแล้ว เขาเดินออกไปจากห้องนอน ไปยังบิรเวณบ่อน้ำใหญ่ของคฤหาสน์ เห็นว่าพวกหลิ่วหรูเหมย หย่งชุนไท่ เจียงเหมิง เฟยอวิ๋น และหลิวอวี่ที่สวมแว่นกันแดดและผ้าปิกปาก กำลังปรึกษากันอยู่ที่นี่นานแล้ว การแลกเปลี่ยนข้อมูลลับในคืนนี้อีกฝ่ายจะต้องส่งยอดฝีมือมาโจมตีแน่นอน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาแผนการรับมือที่แน่ใจว่าจะไม่พลาด
“ว้าว พี่หลิว เป็นอะไรไปน่ะครับ? เล่นเป็นหน้ากากโซโรเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินจงใจเดินไปเบื้องหน้าหลิวอวี่แล้วแส้รงทำเป็นถามด้วยความประหลาดใจ
“แก…” หลิวอวี่โกรธจนปวดฟัน ไอ้เจ้าเย่เทียนเฉินนี่มันตั้งใจยั่วโมโหตนเองชัดๆ
“นี่ หลิ่วหรูเหมย นี่เป็นวิธีรับแขกของเธอเหรอ? มืดแล้ว ยังไม่เตรียมอาหารเย็นให้กินอีก?” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองหลิ่วหรูเหมยอย่างไม่สบอารมณ์
“นายเป็นตือโป๊ยก่ายกลับชาติมาเกิดรึไง อาหารกลางวันเต็มโต๊ะถูกนายกินหมดคนเดียว ไม่ท้องแตกตายก็บุญแล้ว” หลิ่วหรูเหมยใช้ดวงตาอันงดงามมองไปยังเย่เทียนเฉินพลางกล่าว
“แค่อาหารเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นยังไม่พอ